ความก้าวหน้าของ AI กำลังพุ่งทะยานด้วยความเร็วที่เทคโนโลยีในอดีตไม่เคยทำได้มาก่อน กลุ่มธุรกิจที่เริ่มใช้ AI ก่อนใครสามารถสร้างรายได้เติบโตเร็วกว่าคู่แข่งถึง 1.5 เท่า(เปิดในหน้าต่างใหม่) อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทกลับรู้สึกว่าเทคโนโลยีนี้พัฒนาเร็วเกินกว่าจะวางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในคำถามที่เราพบบ่อยที่สุดคือ ทำอย่างไรจึงจะก้าวทันความเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมให้พนักงานเริ่มใช้งาน AI และสร้างองค์กรที่ยึดถือ AI เป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานได้สำเร็จ คู่มือฉบับนี้กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ของ OpenAI กับพันธมิตรอย่าง Estée Lauder และ Notion โดยสรุปออกมาเป็น 5 ขั้นตอนที่ทำได้จริง คือ การวางแนวทาง การเปิดใช้งาน การต่อยอดความสำเร็จ การเร่งความเร็ว และการกำกับดูแล เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปพร้อมกับ AI ได้อย่างมั่นคงและว่องไว
Intelligence
5.6x
5.6x growth since 2022 in frontier scale AI model releases¹
Cost
280x
280x cheaper to run GPT 3.5-class models in just 18 months²
Adoption
4x
4x faster adoption than desktop internet³
เราได้สรุปหลักการ 5 ข้อนี้จากการพูดคุยกับลูกค้าของเรา และเราจะแชร์คำแนะนำ เคล็ดลับที่นำไปใช้ได้จริง และเรื่องราวความสำเร็จไว้ตลอดเนื้อหา
การวางแนวทาง: วิธีทำให้องค์กร พนักงาน และผู้นำของคุณสอดคล้องกันในกลยุทธ์ AI ของคุณ
การเปิดใช้งาน: วิธีทำให้ทีมสามารถใช้งาน AI ได้และมีแรงจูงใจในการใช้งาน
การต่อยอดความสำเร็จ: วิธีขยายผลความสำเร็จและกรณีการใช้งานให้ทั่วทั้งทีมของคุณ
การเร่งความเร็ว: วิธีเร่งการตัดสินใจให้ทันกับ AI
การกำกับดูแล: วิธีเร่งการตัดสินใจให้ทัน AI
หลังจากจบคู่มือนี้ คุณจะมีแผนปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อคงความได้เปรียบในยุคที่ AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว
พนักงานจะปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อพวกเขามองเห็นอย่างชัดเจนว่าโครงการ AI ใหม่ๆ ช่วยยกระดับทักษะของตนเอง เปิดโอกาสให้ได้ทำงานที่มีคุณค่ามากขึ้น และมีส่วนช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับบริษัทได้อย่างไร บทบาทของผู้นำคือหัวใจหลักในการสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน โดยต้องระบุเป้าหมายของการนำ AI มาใช้ให้ชัดเจน แสดงความมั่นคงในนโยบาย และคอยเป็นแรงสนับสนุนให้แก่บุคลากรในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้
คุณควรระบุเหตุผลเฉพาะเจาะจงที่ AI จะเข้ามามีบทบาทต่ออนาคตขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการก้าวให้ทันคู่แข่ง การตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว การสื่อสาร "เหตุผล" ที่ชัดเจนและใส่ใจจะช่วยสร้างความไว้วางใจให้แก่บุคลากร พร้อมทั้งช่วยให้พวกเขารับรู้ว่าทิศทางใหม่นี้ส่งเสริมงานในหน้าที่และจุดมุ่งหมายส่วนบุคคลได้อย่างไร
กำหนดเป้าหมายที่สามารถวัดผลได้ซึ่งเชื่อมโยงการนำ AI มาใช้กับการทำงานในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้อาจครอบคลุมถึงกรณีการใช้งานใหม่ๆ ความถี่ในการใช้งานเครื่องมือ AI หรือการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการทดลองภายในทีม พร้อมทั้งบูรณาการเป้าหมายเหล่านี้เข้ากับแผนงานของบริษัทและ KPI สื่อสารเป้าหมายนี้ผ่านการประชุมรวมพนักงานหรือรายงานความคืบหน้าของบริษัท เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนและส่งสัญญาณว่า AI คือส่วนหนึ่งของมาตรฐานการทำงานในองค์กร
Example
ซีอีโอของ Moderna กำหนดความคาดหวังที่ชัดเจนว่า พนักงานควรใช้ ChatGPT วันละ 20 ครั้ง ซึ่งตอกย้ำการนำ AI มาใช้ให้เป็นส่วนสำคัญของวิธีการทำงานทั่วทั้งบริษัท
สนับสนุนให้ผู้บริหารระดับสูงออกมาบอกเล่าเรื่องราวการนำ AI มาช่วยในการทำงานของตน เมื่อพนักงานได้ยินจากปากผู้บริหารว่า AI ช่วยให้ก้าวล้ำหน้าเทรนด์ตลาดและเข้าใจลูกค้าได้เร็วขึ้นเพียงใด สิ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนความรู้สึกต่อการใช้ AI ให้กลายเป็นเรื่องปกติ และปลุกกระแสการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทั่วทั้งองค์กร
Example
Sarah Friar ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของเรา มักจะแบ่งปันวิธีการใช้ ChatGPT ในการทำงานอยู่เสมอ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ทีมงานทดลองใช้นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทีมการเงินเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างก้าวหน้าที่สุดใน OpenAI
หัวหน้าส่วนงานคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยนำนวัตกรรม AI มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทการทำงานจริงของแต่ละแผนก สนับสนุนให้ผู้นำจัดเซสชันเพื่อนำเสนอกรณีการใช้งานที่เกี่ยวข้อง เปิดรับฟังข้อเสนอแนะ และตอบข้อซักถามต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน การทำเช่นนี้จะช่วยให้ทีมงานเห็นภาพชัดเจนว่า AI เข้ามาตอบโจทย์งานในแต่ละวันได้อย่างไร และเข้าใจคุณค่าของ AI
Tip
ลองใช้ GPT “กรณีการใช้งาน ChatGPT ในที่ทำงาน” เพื่อค้นหาแนวทางที่ทีมต่างๆ สามารถนำ generative AI มาใช้ในบทบาทงานของพวกเขา
พนักงานเข้าใจหรือไม่ว่าเหตุใด AI จึงมีความสำคัญต่อกลยุทธ์ของเราจัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นแบบสั้นเป็นระยะเพื่อประเมินความเข้าใจของพนักงานเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้าน AI
เรากำลังสื่อสารความคืบหน้าอย่างโปร่งใสอยู่หรือไม่ดูแลและเปิดให้ตรวจสอบแดชบอร์ดที่ติดตามความคืบหน้าไปสู่เป้าหมายการนำ AI มาใช้ทั่วทั้งองค์กรของคุณอย่างชัดเจน
ผู้นำสายงานกำลังช่วยให้พนักงานเข้าใจอย่างจริงจังหรือไม่ว่า AI สนับสนุนเป้าหมายของแผนกของตนอย่างไร ตรวจสอบว่าผู้นำสายงานจัดเซสชันทีมที่มุ่งเน้นเรื่อง AI บ่อยเพียงใด และมีข้อเสนอแนะหรือคำถามใดเกิดขึ้นบ้าง
พนักงานเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่าพวกเขายังขาดการฝึกอบรมและการสนับสนุนที่จำเป็นต่อการใช้งาน AI อย่างมั่นใจ ทั้งที่ในความเป็นจริง พนักงานยกให้การฝึกอบรมเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในองค์กร(เปิดในหน้าต่างใหม่) บริษัทที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของพนักงาน ซึ่งหมายถึงการเปิดพื้นที่ให้มีการทดลอง เสริมศักยภาพให้ทีมด้วยการอบรมที่เฉพาะเจาะจงตามแต่ละแผนก และทำให้การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องปกติ
มอบหมายให้ทีมเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จัดทำหลักสูตรฝึกอบรมที่ชัดเจนและเหมาะสมกับแต่ละบทบาทหน้าที่ เพื่อยกระดับพนักงานจากความเข้าใจพื้นฐานไปสู่การใช้งาน AI ได้จริง โดยให้ความสำคัญกับทักษะที่สนับสนุนกระบวนการทำงานในโลกความเป็นจริงมากกว่าแนวคิดเชิงทฤษฎี ยกตัวอย่างเช่น ทีม San Antonio Spurs สามารถเพิ่มความเชี่ยวชาญด้าน AI จาก 14% เป็น 85% โดยการสอดแทรกการฝึกอบรมเข้ากับกระบวนการทำงานในแต่ละวัน แทนที่จะปฏิบัติเหมือนเป็นโครงการแยกส่วนต่างหาก
Tip
เข้าร่วม OpenAI Academy (เปิดในหน้าต่างใหม่)เพื่อเข้าถึงเนื้อหาการฝึกอบรมและฟอรัมชุมชน
ระบุและฝึกอบรมพนักงานที่มีความมุ่งมั่นให้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง AI ภายในองค์กร กลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เพื่อนร่วมงานเกิดความเชื่อมั่นในการใช้ AI ผ่านการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษาแบบไม่เป็นทางการ และการสร้างบรรยากาศแห่งความกระตือรือร้นในการเรียนรู้
Tip
มอบหมายผู้รับผิดชอบหลักหนึ่งคนเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย OpenAI’s Champion Network (สำหรับลูกค้า API และ ChatGPT Enterprise) เพื่อเข้าถึงทรัพยากรและแนวทางในการจัดตั้งและขับเคลื่อนเครือข่ายบุคลากรภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ
จัดสรรเวลาอย่างสม่ำเสมอให้พนักงานได้สำรวจเครื่องมือ AI ลองกำหนดให้วันศุกร์แรกของทุกเดือนเป็นเวลาที่ทีมจะได้ร่วมกันระดมแนวคิดว่า AI จะช่วยปรับปรุงการทำงานของพวกเขาได้อย่างไร นำวิธีนี้ไปใช้คู่กับการจัดงาน Hackathon แบบไม่เน้นการเขียนโค้ดเพื่อให้ทีมจากหลากหลายสายงานได้ร่วมกันสร้างต้นแบบแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งมีกระบวนการอนุมัติที่รวดเร็วเพื่อให้มั่นใจว่าไอเดียที่มีศักยภาพจะได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่อง
Example
Notion ใช้แฮกกาธอน AI ที่มุ่งเน้นเพื่อสร้างต้นแบบที่กลายมาเป็น Notion AI ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์ หลายทีมที่ OpenAI แบ่งปันกรณีการใช้งานใหม่ๆ ในการประชุมรายสัปดาห์หรือรายเดือน
เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมกับ AI โดยตรงกับการประเมินผลการปฏิบัติงานและการเติบโตในสายอาชีพ ใช้ OKRs หรือกลไกที่คล้ายกันเพื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงตามบทบาท เช่น การระบุกระบวนการทำงานที่สามารถปรับปรุงด้วย AI หรือการนำกรณีการใช้งานใหม่มาทดลองใช้ เน้นย้ำการมีส่วนร่วมด้าน AI ที่มีความหมายในการสนทนาเรื่องการเลื่อนตำแหน่งและการยกย่องผลงาน เพื่อให้พนักงานมองว่าการทดลองเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในสายอาชีพของตน
พนักงานกำลังใช้งานเครื่องมือ AI อย่างจริงจังและใช้ประโยชน์จากโอกาสในการเรียนรู้หรือไม่ติดตามผู้ใช้ที่ใช้งานรายวันและรายสัปดาห์ หรือการแชร์ GPT พร้อมทั้งอัตราการลงทะเบียนและอัตราการสำเร็จของโปรแกรมการฝึกอบรม ให้การสนับสนุนทีมที่มีการใช้งานน้อย
เรากำลังยอมรับการนำ AI มาใช้ในผลการปฏิบัติงานและการพัฒนาอาชีพอย่างชัดเจนแล้วหรือยังบรรจุทักษะ AI ในเกณฑ์ประเมินและเส้นทางอาชีพ โดยปรับปรุงมาตรฐานงานให้ครอบคลุมความเชี่ยวชาญด้าน AI ติดตามและรายงานผลความสำเร็จจาก AI วัดผลกระทบของการใช้ AI ต่อการเลื่อนตำแหน่งและการประเมินผลงาน เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม
แฮกกาธอนและเวลาที่จัดสรรไว้สำหรับการทดลองโดยเฉพาะกำลังนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนหรือไม่ ติดตามการเปลี่ยนไอเดียสู่การใช้งานจริง วัดผลจากขั้นต้นแบบสู่การผลิตหรือการนำร่องใช้งาน
วิธีที่เร็วที่สุดในการขยายผลกระทบของ AI คือการหยุดแก้ปัญหาเดิมซ้ำ ๆ ในลักษณะต่างคนต่างทำงานแยกกัน การต่อยอดความก้าวหน้าหมายถึงการเปลี่ยนความสำเร็จที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นองค์ความรู้ร่วมกัน โดยบันทึกพรอมต์ เวิร์กโฟลว์ และกรณีการใช้งานที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้ทีมอื่นๆ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ปรับปรุง และพัฒนาต่อยอดได้
สร้างศูนย์กลางที่เข้าถึงได้ง่ายเพียงแห่งเดียว (เช่น ใน Confluence, Notion หรือ SharePoint) เพื่อให้พนักงานสามารถค้นหาทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น ทรัพยากรการฝึกอบรม วันที่จัดแฮกกาธอน นโยบาย คู่มือ และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด การจัดตั้งศูนย์กลางข้อมูลช่วยลดความสับสน ประหยัดเวลา และป้องกันไม่ให้แต่ละทีมต้องเสียทรัพยากรไปกับการคิดค้นแนวทางแก้ปัญหาซ้ำซ้อนในสิ่งที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว
Tip
ใช้ ChatGPT Connectors(เปิดในหน้าต่างใหม่) เพื่อนำความรู้นี้ไปแสดงโดยตรงในที่ที่พนักงานทำงาน
ควรมีการนำเสนอโครงการ AI ที่สร้างผลกระทบสูง บทเรียนจากการปฏิบัติจริง และความสำเร็จที่สามารถนำไปประยุกต์ซ้ำได้ง่ายอย่างสม่ำเสมอ ผ่านจดหมายข่าวรายเดือน การสัมมนาผ่านเว็บภายใน หรือช่วงสรุปประเด็นสำคัญในการประชุมพนักงานประจำเดือน นำเสนอความสมดุลระหว่างความก้าวหน้าครั้งสำคัญและความสำเร็จเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน แบ่งปันขั้นตอนที่ทีมต่างๆ ใช้ เพื่อให้ผู้อื่นสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปปรับใช้กับเวิร์กโฟลว์ของตนเองได้อย่างง่ายดาย
Tip
การตั้งค่าโปรเจกต์ “AI Newsletter” ใน ChatGPT เพื่อเปลี่ยนบันทึกย่อ ข้อมูลอัปเดต หรือเรื่องราวความสำเร็จให้เป็นจดหมายข่าวที่มีรูปแบบสวยงามและได้มาตรฐานอย่างรวดเร็วในทุกเดือน
จัดตั้งชุมชนเฉพาะ (เช่น กลุ่มใน Slack หรือ Teams หรือ AI Center of Excellence ภายในองค์กร) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างเพื่อนร่วมงาน การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ และการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกอย่างรวดเร็ว อาศัยผู้สนับสนุนด้าน AI ของคุณในการกระตุ้นให้เกิดการพูดคุยอย่างสม่ำเสมอ แบ่งปันแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และทำให้การสนทนายังคงมีชีวิตชีวาและน่าสนใจ
เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมกับ AI โดยตรงกับการประเมินผลการปฏิบัติงานและการเติบโตในสายอาชีพ ใช้ OKRs หรือกลไกที่คล้ายกันเพื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงตามบทบาท เช่น การระบุกระบวนการทำงานที่สามารถปรับปรุงด้วย AI หรือการนำกรณีการใช้งานใหม่มาทดลองใช้ เน้นย้ำการมีส่วนร่วมด้าน AI ที่มีความหมายในการสนทนาเรื่องการเลื่อนตำแหน่งและการยกย่องผลงาน เพื่อให้พนักงานมองว่าการทดลองเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในสายอาชีพของตน
Tip
กระตุ้นให้พนักงานและผู้นำแบ่งปันความสำเร็จด้าน AI ของพวกเขาบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก เพื่อสร้างการตอบรับเชิงบวกและยกย่องทีมที่แสดงความก้าวหน้า
มีจังหวะที่ชัดเจนและสม่ำเสมอในการแบ่งปันสิ่งที่ได้ผลจากการใช้ AI หรือไม่ ตั้งเป้าที่จะแบ่งปันความสำเร็จใหม่ๆ จาก AI กรณีการใช้งาน หรือทรัพยากรใหม่ๆ เกี่ยวกับ AI อย่างน้อยเดือนละสามรายการทั่วทั้งบริษัท ผ่านจดหมายข่าว โพสต์ภายใน หรือการประชุมทีม
พนักงานในองค์กรทราบแหล่งข้อมูลด้าน AI ที่เชื่อถือได้และทันสมัยอย่างชัดเจนแล้วหรือยังว่าสามารถสืบค้นได้จากที่ใดกำหนดให้มีศูนย์รวมข้อมูลเพียงแห่งเดียวที่มีการดูแลอย่างเป็นระบบ โดยต้องระบุชื่อผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และมีการอัปเดตข้อมูลให้เห็นเป็นประจักษ์อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง
ผู้คนมีส่วนร่วมและต่อยอดจากงานด้าน AI ของกันและกันหรือไม่ ติดตามสถิติการใช้งานชุมชน AI วิเคราะห์จำนวนผู้มีส่วนร่วม หัวข้อสนทนา และการแบ่งปันทรัพยากร
การขยายตัวอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น การมอบอำนาจตัดสินใจที่ชัดเจน และกระบวนการอนุมัติที่กระชับคล่องตัว เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ การเร่งความเร็วหมายถึงการขจัดอุปสรรค และทำให้แนวคิดที่ดีเปลี่ยนจากโครงการนำร่องไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็ว
ช่วยให้ทีมต่างๆ เข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือ AI ที่ต้องใช้สำหรับการทดสอบและการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว หากกระบวนการอนุมัติเพื่อเข้าถึงเครื่องมือพื้นฐานหรือการจัดเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องยังคงใช้เวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ย่อมเป็นสัญญาณว่าโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรกำลังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา หลายองค์กรในปัจจุบันเริ่มมอบอำนาจให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเสนอแนะเครื่องมือ AI ที่ตอบโจทย์การทำงานจริง ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเร่งการนำเทคโนโลยีมาใช้และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
สร้างวิธีการที่เรียบง่าย โปร่งใส เพื่อให้ทีมส่งไอเดียโปรเจกต์ AI รับความคิดเห็นกลับอย่างรวดเร็ว และเข้าใจว่ามีการจัดลำดับความสำคัญอย่างไร วิธีการดังกล่าวจะช่วยลดความสับสนภายในการทำงาน ป้องกันการใช้ทรัพยากรอย่างซ้ำซ้อน และรับประกันว่าความพยายามของทีมจะถูกทุ่มเทให้กับกรณีการใช้งานที่มีศักยภาพสูง
Example
The Estée Lauder Companies ได้จัดตั้ง GPT Lab แบบรวมศูนย์ ซึ่งรวบรวมแนวคิดจากพนักงานกว่า 1,000 รายการ พัฒนาต้นแบบ GPT ที่มีคุณค่าสูงสุด และช่วยขยายการใช้งานในกรณีที่มีผลกระทบมากที่สุด
Tip
ใช้ ChatGPT ช่วยร่างแบบฟอร์มรับข้อมูลเบื้องต้น เทมเพลตสรุปภาพรวมโปรเจกต์ และเกณฑ์การจัดลำดับความสำคัญของงาน จากนั้นลองให้แชตใช้เหตุผลช่วยวิเคราะห์ดูว่าโปรเจกต์แต่ละอย่างสอดคล้องกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไหม เพื่อที่คุณจะได้ประเมินในเบื้องต้นได้ว่าควรเลือกทำโปรเจกต์ไหน
รสร้างทีมเฉพาะกิจภายใต้การดูแลของที่ปรึกษาบริหาร เพื่อทำหน้าที่ปลดล็อกโปรเจกต์ต่างๆ แก้ไขความขัดแย้งระหว่างแผนก และเร่งการอนุมัติสำหรับริเริ่มงานที่มีโอกาสเติบโตสูง เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไร้รอยต่อ บทบาทของสภาคือการลดอุปสรรคในการดำเนินงาน ควบคู่ไปกับการรักษาทิศทางให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักขององค์กร และรับประกันว่าการพิจารณาด้านความเสี่ยง การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และธรรมาภิบาล จะได้รับการจัดการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
Example
BBVA ได้จัดตั้งเครือข่าย AI ส่วนกลางขึ้นเพื่อทำหน้าที่ทบทวนแนวคิดใหม่ๆ จัดลำดับความสำคัญของกรณีการใช้งานที่สร้างมูลค่าสูง และดูแลให้เกิดการประสานงานระหว่างแผนกต่างๆ แนวทางนี้ช่วยให้พวกเขานำโครงการจากขั้นการพิสูจน์แนวคิดไปสู่การใช้งานจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ทีมต่างๆ ทำงานสอดคล้องกันในเรื่องผลกระทบทางธุรกิจ
ควรสนับสนุนทีมที่ประสบความสำเร็จในการใช้ AI ลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพงาน ด้วยการมอบทรัพยากรหรือเวลาว่างที่เกิดขึ้นคืนให้พวกเขาได้ใช้ในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมอื่นๆ การยกย่องและมอบรางวัลแก่ความสำเร็จเหล่านี้ นอกจากจะช่วยเร่งรัดความก้าวหน้าแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าทีมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับสูง จะได้รับสิทธิและอิสระในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ก้าวล้ำขีดจำกัดเดิม
Example
Promega ทำให้การเข้าถึง AI เป็นไปอย่างทั่วถึง และส่งเสริมให้มีการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นพวกเขาติดตามการใช้งานเพื่อระบุทีมที่มีการใช้งานสูงและลงทุนในทีมดังกล่าว รวมทั้งส่งเสริมนวัตกรรม
ทีมสามารถขยับจากแนวคิดไปสู่โครงการนำร่องและการใช้งานจริงได้รวดเร็วหรือไม่ติดตามระยะเวลาในการนำไปใช้งานจริงสำหรับโปรเจกต์ AI รีวิวที่ติดขัดหรือชะงักงันทุกเดือนเพื่อระบุปัญหาที่เป็นอุปสรรคเชิงระบบ
ทีมสามารถเข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็วและเชื่อถือได้หรือไม่ตรวจสอบเวลาสำหรับการส่งคำขอและการอนุมัติของเครื่องมือ แพลตฟอร์ม และชุดข้อมูล AI
โครงการ AI ที่มีผลกระทบสูง ได้รับการจัดลำดับความสำคัญและจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมแล้วหรือยังตรวจดูว่าโครงการที่ได้เงินทุนหรือได้คนไปช่วยงานนั้น ให้ผลตอบแทนคุ้มกับที่บริษัทลงแรงไปไหม
การดำเนินการอย่างรวดเร็วไม่ได้หมายความว่าต้องละเลยความเสี่ยง แต่หมายถึงการมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้ทีมงานสามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วภายใต้กรอบความปลอดภัยที่องค์กรกำหนดไว้ ระบบธรรมาภิบาลที่มีดีต้องเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทีมทำได้ไวขึ้น แทนที่จะกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่ทำให้การทำงานต้องหยุดชะงัก
สร้างคู่มือการใช้งาน AI ที่ปฏิบัติได้จริง เพื่อมอบอำนาจให้แต่ละทีมสามารถตัดสินใจได้เองภายใต้กรอบจริยธรรมที่วางไว้ แทนการพึ่งพากระบวนการอนุมัติแบบเดิมที่ต้องรอตรวจสอบใหม่ทุกครั้ง มุ่งเน้นที่สิ่งที่ “ปลอดภัยที่จะลอง” และสิ่งที่ต้องส่งต่อให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
Tip
สร้าง GPT ส่วนตัวขององค์กรที่รอบรู้เรื่องกฎเกณฑ์การใช้ AI เพื่อเปิดโอกาสให้ทีมงานเข้ามาหาคำตอบด้านนโยบายได้ด้วยภาษาที่เป็นกันเอง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการปรึกษาฝ่ายตรวจสอบในทุกการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ คุณสามารถกำหนดกฎพื้นฐานให้แก่ GPT ได้ เช่น การตั้งค่าให้ระบบแนะนำพนักงานติดต่อฝ่ายกำกับดูแลชโดยตรง หากคำถามนั้นมีความละเอียดอ่อนหรือมีความสำคัญในระดับสูง
ควรจัดให้มีการตรวจสอบระบบ AI กระบวนการทำงาน และแนวทางปฏิบัติเชิงธรรมาภิบาลเป็นรายไตรมาสอย่างเรียบง่าย มุ่งเน้นไปที่ว่าแนวทางปฏิบัติในปัจจุบันยังเหมาะสมอยู่หรือไม่ ทั้งในแง่ของการปกป้องธุรกิจและการช่วยให้ทีมงานดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว
Tip
ใช้ฟีเจอร์การวิจัยเชิงลึกของ ChatGPT เพื่อติดตามมาตรฐานธรรมาภิบาล AI ที่กำลังพัฒนาให้ทันสมัย ขอให้ระบบตรวจสอบคำแนะนำล่าสุดในอุตสาหกรรม การอัปเดตด้านกฎระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด จากนั้นสรุปสิ่งที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของคุณมากที่สุด
แนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลของเรามีความชัดเจน ใช้งานได้จริง และมีการนำไปใช้อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ควรใช้การตรวจสอบแบบสั้นๆ หรือการทบทวนโครงการ เพื่อยืนยันว่าทีมงานสามารถประยุกต์ใช้แนวทางปฏิบัติแบบ "ปลอดภัยที่จะทดลอง" ได้อย่างถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนการกำกับดูแลเพิ่มเติม ติดตามจุดที่จำเป็นต้องมีคำชี้แจงหรือการสนับสนุนซ้ำๆ
เรากำลังปรับปรุงแนวทางด้าน AI ของเราให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้สอดรับกับความเสี่ยง เครื่องมือ และกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแล้วหรือยัง ทบทวนแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลเป็นรายไตรมาส โดยรับข้อมูลจากทีมกฎหมาย ทีมบริหารความเสี่ยง และทีมสายงานต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการอัปเดตจะสะท้อนทั้งข้อกำหนดใหม่และวิธีการทำงานจริงของทีม
แนวปฏิบัติด้านธรรมาภิบาลของเราช่วยส่งเสริมหรือขัดขวางความก้าวหน้าด้าน AI หรือไม่ ตรวจสอบไทม์ไลน์ของโครงการเพื่อหาความล่าช้าที่เชื่อมโยงกับขั้นตอนด้านธรรมาภิบาล และรวบรวมความคิดเห็นอย่างเป็นระบบจากทีมเกี่ยวกับคอขวด พร้อมปรับกระบวนการตามความจำเป็นเพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเร็วกับความปลอดภัย
การนำ AI มาใช้กำลังเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ผู้นำส่วนใหญ่เคยคาดคิดไว้ การรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมคือการสร้างสภาวะที่เอื้ออำนวยให้บุคลากรและทีมงานสามารถปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นใจ บริษัทที่จะเติบโตได้อย่างโดดเด่นคือบริษัทที่มองว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นแนวทางการทำงานรูปแบบใหม่
เริ่มต้นด้วยความชัดเจนในเป้าหมาย แสดงให้ทีมของคุณเห็นว่า AI มีความสำคัญอย่างไร กำหนดเป้าหมายทั่วทั้งองค์กร และเป็นตัวอย่างในการนำไปใช้ในทุกระดับ ความสอดคล้องสร้างความไว้วางใจและช่วยให้พนักงานเชื่อมโยงงานประจำวันของตนเข้ากับกลยุทธ์ AI ในภาพรวมของคุณ
ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องจริงและนำไปใช้ได้จริง ลงทุนในการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ สร้างผู้สนับสนุนด้าน AI และเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ทดลอง เมื่อพนักงานมองว่า AI เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและความสำเร็จของตน การนำ AI มาใช้ก็จะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อย่าปล่อยให้ความสำเร็จอยู่แยกกัน แบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จในวงกว้าง สร้างศูนย์รวมองค์ความรู้ และสร้างชุมชนที่มีความเคลื่อนไหว เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้จากสิ่งที่ได้ผล แรงส่งจะแพร่กระจายเร็วที่สุดเมื่อผู้คนเห็นคนรอบตัวประสบความสำเร็จ
ลดแรงเสียดทาน ช่วยให้ทีมต่างๆ เข้าถึงเครื่องมือ ส่งไอเดีย และนำโปรเจกต์จากขั้นนำร่องไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างง่ายดาย เสริมศักยภาพในการตัดสินใจ และให้รางวัลแก่ทีมที่ผลักดันแนวคิดให้ก้าวไปข้างหน้า
สร้างสมดุลระหว่างความเร็วและความรับผิดชอบ แนวทางที่ชัดเจนและเรียบง่ายช่วยให้เกิดความคืบหน้าโดยไม่มีอุปสรรคที่ไม่จำเป็น เมื่อการกำกับดูแลมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยปกป้องธุรกิจ พร้อมทั้งรักษานวัตกรรมให้ดำเนินต่อไป
สนใจนำ AI มาใช้ในธุรกิจของคุณไหม
แหล่งข้อมูลที่อ้างอิง
อัตราการเปิดตัวโมเดล AI ขนาดใหญ่กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Epoch AI 2567)(เปิดในหน้าต่างใหม่)
Stanford Institute for Human‑Centered Artificial Intelligence (Stanford HAI)(เปิดในหน้าต่างใหม่) รายงานดัชนีชี้วัด AI ประจำปี 2568: การวิจัยและการพัฒนา (Stanford University 2568)(เปิดในหน้าต่างใหม่)
เทคโนโลยีในฐานะนวัตกรรม: เทรนด์ AI (Bond Capital 2568)(เปิดในหน้าต่างใหม่)
คุณค่าของ AI อยู่ตรงไหน (Boston Consulting Group 2567) (เปิดในหน้าต่างใหม่)
ก้าวใหม่ของ Moderna: เมื่อ GPT จาก OpenAI เข้ามาพลิกโฉมทุกการทำงานในองค์กร(เปิดในหน้าต่างใหม่) (Wall Street Journal 2567)


