อนาคตของ AI ในสหภาพยุโรปกำลังมุ่งสู่ยุคของ AI แบบเอเจนต์
ธุรกิจทั่วสหภาพยุโรปกำลังนำเครื่องมือ AI แบบเอเจนต์มาใช้กับงานที่หลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่ผู้คนใช้ AI เพียงเพื่อถามคำถาม ปัจจุบันเริ่มหันมาใช้เอเจนต์ช่วยทำงานตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนไปจนถึงการดำเนินงานให้เสร็จสมบูรณ์ รายงานล่าสุดจาก OpenAI Economic Research ศึกษาแนวโน้มการเติบโตของการใช้งาน AI แบบเอเจนต์ในธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็ก โดยมุ่งวิเคราะห์ความแตกต่างทั้งในด้านระดับการใช้งานและประเภทงานที่ผู้คนนำ ChatGPT มาช่วยทำ
ผลการศึกษาพบว่าการใช้งาน AI แบบเอเจนต์มีสัดส่วนอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มลูกค้า ChatGPT Enterprise โดยข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในสหภาพยุโรปแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบัน Codex และ ChatGPT Work มีสัดส่วนรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณโทเค็นเอาต์พุตทั้งหมด
หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้กำหนดให้ธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมหมายถึงธุรกิจที่มีผู้ใช้ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจนั้นไม่เกิน 200 คน
ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมก็เริ่มหันมาใช้ AI แบบเอเจนต์มากขึ้นเช่นกัน โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 จำนวนผู้ใช้งาน Codex และ ChatGPT Work รายสัปดาห์ในกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ทั่วสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 8 เท่า และทุกประเทศสมาชิกต่างมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่าแต่ละประเทศในสหภาพยุโรปนำ AI แบบเอเจนต์มาใช้ในระดับที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยบัญชี ChatGPT Enterprise ในกลุ่มตัวอย่างของเรามีสัดส่วนโทเค็นเอาต์พุตที่สร้างผ่าน Codex และ ChatGPT Work ตั้งแต่ 22% ในสโลวีเนียจนถึง 85% ในลิทัวเนีย ทั้งนี้ ความแตกต่างระหว่างประเทศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับการใช้งาน AI แบบเอเจนต์ แต่ยังครอบคลุมถึงประเภทงานที่ผู้คนใช้ ChatGPT ช่วยดำเนินการด้วย
บริษัทระดับแนวหน้าหมายถึงบริษัทที่มีปริมาณโทเค็นเอาต์พุตต่อผู้ใช้งานที่ใช้งานจริงสูงสุด 10% แรกเมื่อเทียบกับบริษัททั้งหมด
หมายเหตุ: กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยบัญชี ChatGPT Enterprise และ Business เท่านั้น
ข้อค้นพบสำคัญคือ บริษัทระดับแนวหน้าในสหภาพยุโรปมีการใช้งาน AI มากกว่าบริษัททั่วไปในภูมิภาคเดียวกันอย่างชัดเจน แต่ยังตามหลังบริษัทระดับแนวหน้าในระดับโลก โดยในเดือนกันยายน บริษัทระดับแนวหน้าในสหภาพยุโรปมีปริมาณโทเค็นเอาต์พุตต่อผู้ใช้งานที่ใช้งานจริงสูงกว่าบริษัททั่วไปในสหภาพยุโรปมากกว่า 4 เท่า อย่างไรก็ตาม บริษัทระดับแนวหน้านอกสหภาพยุโรปกลับมีปริมาณโทเค็นเอาต์พุตต่อผู้ใช้งานที่ใช้งานจริงสูงกว่าบริษัทระดับแนวหน้าในสหภาพยุโรปมากกว่า 2 เท่า นอกจากนี้ บริษัทจากสหภาพยุโรปยังคิดเป็นเพียง 10% ของบริษัทระดับแนวหน้าทั่วโลก ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำเมื่อพิจารณาว่าสหภาพยุโรปมีสัดส่วนบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก(เปิดในหน้าต่างใหม่)สูงกว่านั้น
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจแต่ละกลุ่มมีระดับการใช้งาน AI แตกต่างกันอย่างมาก เมื่อ AI แบบเอเจนต์มีความสามารถก้าวหน้าขึ้น สหภาพยุโรปก็มีโอกาสที่จะต่อยอดจากการนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลาย ไปสู่การใช้งานที่เกิดประโยชน์มากขึ้น ช่วยให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้น เพิ่มผลิตภาพ และสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่แรงงาน การลดช่องว่างดังกล่าวจำเป็นต้องส่งเสริมให้ธุรกิจนำ AI มาใช้งานจริงนอกเหนือจากการทดลอง ช่วยให้แรงงานมีทั้งทักษะและความมั่นใจในการใช้ AI ตลอดจนทำให้เทคโนโลยี AI ขั้นสูงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม


