ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
OpenAI

7 ตุลาคม 2569

ผลิตภัณฑ์

ส่งเสริมให้วัยรุ่นเรียนรู้ วางแผน และมีส่วนสร้างอนาคตของ AI

เตรียมพบกับ College Planner ใน ChatGPT สำหรับวัยรุ่น พร้อมเปิดตัวสภาที่ปรึกษาด้าน AI ของวัยรุ่น และเพิ่มเครื่องมือช่วยเรียนรู้

กำลังโหลด…

ตั้งแต่เราเปิดตัว ChatGPT for Teens เยาวชนก็ใช้ ChatGPT เพื่อเรียนรู้ สำรวจความคิด และหาทางแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน โดยระบบจะกำหนดรูปแบบการใช้งานนี้ให้เป็นค่าเริ่มต้นโดยอัตโนมัติสำหรับบัญชีที่ระบุว่าผู้ใช้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี วันนี้เราจะเล่าถึงความคืบหน้าในช่วงแรก การใช้เครื่องมือช่วยเรียนรู้ของวัยรุ่น และวิธีใหม่ๆ สำหรับการเรียนและเตรียมความพร้อมเข้ามหาวิทยาลัย

ChatGPT มีผู้ใช้ 1.2 พันล้านคนจากหลายประเทศ หลายชุมชน และหลากหลายภูมิหลัง เราจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้เยาวชนเรียนรู้และเตรียมตัวสำหรับอนาคต แม้จะมีทรัพยากรและโอกาสแตกต่างกัน

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการใช้งานในช่วงแรก

ChatGPT for Teens ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้ รู้จักคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ และทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ ได้ลึกซึ้งขึ้น จากการทยอยเปิดให้วัยรุ่นทั่วโลกใช้งาน เราพบว่ากลุ่มที่ใช้งานได้ส่งข้อความเกี่ยวกับการเรียนรู้มากกว่ากลุ่มที่ยังใช้งานไม่ได้ โดยเฉลี่ยประมาณ 2.7 ล้านข้อความ

หลังจากเริ่มใช้ ChatGPT for Teens วัยรุ่นก็ใช้งานเครื่องมือช่วยเรียนรู้กันอย่างแพร่หลาย ข้อความเริ่มสนทนาที่มีผู้เลือกบ่อยที่สุด ได้แก่ “ช่วยถามคำถามให้ฉันต่อยอดความคิด” “ช่วยแนะนำว่าร่างที่ฉันเขียนควรปรับตรงไหน” และ “ช่วยตรวจสอบหลักฐานที่ฉันใช้” ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ วัยรุ่นเกือบ 1.2 ล้านคนใช้ Learning Visualizations เพื่อให้เข้าใจแนวคิดทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ได้ดีขึ้น ส่วนอีกกว่า 180,000 คนใช้โหมดเรียนรู้เป็นตัวช่วยเรียนรู้ทีละขั้น

ChatGPT for Teens มีระบบเตือนให้พักเพื่อชวนให้วัยรุ่นหยุดพักระหว่างใช้งาน โดยเฉลี่ยแล้ว วัยรุ่นใช้ ChatGPT วันละไม่ถึง 15 นาที และมีไม่ถึง 2% ที่ใช้งานต่อเนื่องเกินสามชั่วโมง ในบรรดาการสนทนาที่มีข้อความเตือนให้พัก เกือบครึ่งหนึ่งจบลงด้วยการที่วัยรุ่นหยุดพักหรือจบการสนทนาภายในห้านาที ระยะเวลาการใช้งานนี้ยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยการใช้โซเชียลมีเดียของวัยรุ่นที่ห้าชั่วโมงต่อวันตามรายงานที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ⁠(เปิดในหน้าต่างใหม่)อย่างมาก และสะท้อนถึงประสบการณ์การใช้งานที่ต่างกัน เราออกแบบ ChatGPT เพื่อการเรียนรู้ การลงมือสร้างผลงาน และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ แทนการเลื่อนดูเนื้อหาไปเรื่อยๆ ในกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้งานต่อเนื่องเกินสามชั่วโมง มากกว่า 80% ส่งข้อความเกี่ยวกับการเรียนรู้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

สิ่งที่เราเห็นในช่วงแรกเป็นแนวโน้มที่น่ายินดี เราจะประเมินประสบการณ์การใช้งานและเรียนรู้จากวัยรุ่น ครอบครัว และนักการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ChatGPT for Teens ตอบโจทย์ได้ดียิ่งขึ้น

ChatGPT แสดงข้อความเตือน “พักสักหน่อยไหม” ระหว่างการสนทนา

ขอแนะนำ College Planner เพื่อช่วยวัยรุ่นเตรียมพร้อมสำหรับก้าวต่อไป

ในแต่ละสัปดาห์ วัยรุ่นในสหรัฐฯ หลายแสนคนใช้ ChatGPT เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งวางแผนการสมัคร ติดตามกำหนดเวลา ค้นหาข้อมูลมหาวิทยาลัย และทำความเข้าใจเรื่องทุนและความช่วยเหลือทางการเงิน

ด้วยเหตุนี้ เราจึงเตรียมเพิ่ม College Planner ใน ChatGPT for Teens เร็วๆ นี้ เราออกแบบเครื่องมือนี้ให้ช่วยนักเรียนจัดการขั้นตอนต่างๆ ในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย โดยไม่เข้ามาตัดสินใจแทนนักเรียนว่าจะสมัครที่ใด นักเรียนมีโอกาสเข้าถึงความช่วยเหลือด้านการสมัครมหาวิทยาลัยแตกต่างกัน เป้าหมายของเราคือทำให้ทุกคนเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะมีฐานะทางการเงินอย่างไร ควบคู่ไปกับคำแนะนำจากครูแนะแนว ที่ปรึกษา และครอบครัว

College Planner รวมข้อมูลและขั้นตอนการสมัครของมหาวิทยาลัยที่นักเรียนสนใจไว้ด้วยกัน ทั้งข้อกำหนด กำหนดเวลา งานที่ต้องทำ และการขอความช่วยเหลือทางการเงิน หากสมัครหลายแห่ง นักเรียนก็กลับมาอัปเดตความคืบหน้า ดูกำหนดการเพื่อวางแผนล่วงหน้า และตรวจสอบงานที่เหลือได้ พร้อมถาม ChatGPT ระหว่างดำเนินการ เช่น ข้อกำหนดนี้หมายความว่าอะไร หรือควรเริ่มจากตรงไหน เราต้องการให้การรวมขั้นตอนเหล่านี้ช่วยประหยัดเวลาของนักเรียนและครอบครัว และทำให้รับมือกับกระบวนการสมัครที่ตึงเครียดได้ง่ายขึ้น

ในระยะแรก เราออกแบบการใช้งานในสหรัฐฯ สำหรับนักเรียนมัธยมปลายระดับ ม.4–ม.6 ที่ตั้งใจเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาหลักสูตรสี่ปี ต่อไป เราจะทยอยเปิดให้ใช้ College Planner ในประเทศอื่นๆ และขยายให้รองรับการเรียนต่อในวิทยาลัยหลักสูตรสองปี วิทยาลัยเทคนิค โรงเรียนฝึกอาชีพ และสถาบันประเภทอื่นๆ

College Planner ยังช่วยให้นักเรียนวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ทำความเข้าใจเงื่อนไขการขอความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ติดตามกำหนดเวลาของแต่ละมหาวิทยาลัย และค้นหาทุนการศึกษาหรือสิทธิ์ยกเว้นค่าธรรมเนียม

College Planner แสดงรายชื่อสถาบันที่นักเรียนสนใจ ความคืบหน้าในการสมัคร สิ่งที่ต้องทำในลำดับถัดไป และไทม์ไลน์

การติดตามความคืบหน้าการสมัครเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย นักเรียนจำนวนมากยังต้องการคนช่วยอธิบายทางเลือกต่างๆ ให้เข้าใจ นอกจาก College Planner แล้ว เรายังสนับสนุน College Advising Corps⁠(เปิดในหน้าต่างใหม่) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ส่งบัณฑิตจบใหม่ไปเป็นที่ปรึกษาในโรงเรียนมัธยมปลายที่ขาดแคลนทรัพยากร เพื่อช่วยให้นักเรียนเตรียมตัวเรียนต่อระดับอุดมศึกษา การสนับสนุนจาก OpenAI จะช่วยให้องค์กรขยายการทำงานไปยังรัฐอื่นๆ และจัดตั้งโครงการทุนด้าน AI ภายใต้โครงการนี้ ที่ปรึกษาจากรัฐที่เข้าร่วมจะทดลองและแบ่งปันวิธีใช้ AI ที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้นักเรียนจำนวนมากขึ้นเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย AI ช่วยนักเรียนจัดการงานสมัครและลงทะเบียนเข้าเรียนได้ ส่วนที่ปรึกษาช่วยให้นักเรียนพิจารณาทางเลือกและตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป

“สำหรับนักเรียนที่กำลังสมัครเข้ามหาวิทยาลัย แค่ไม่รู้ว่าจะกรอกแบบฟอร์มอย่างไร ต้องสมัครภายในวันไหน หรือมีค่าธรรมเนียมเท่าไร ก็อาจทำให้รู้สึกเหมือนโอกาสถูกปิดกั้น ที่ปรึกษาของ College Advising Corps ช่วยคลายข้อสงสัยเหล่านี้ให้นักเรียนก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ เราเห็นว่า College Planner น่าจะช่วยให้นักเรียนพร้อมสำหรับการพูดคุยกับที่ปรึกษา ไม่พลาดขั้นตอนสำคัญ และเข้าใกล้โอกาสเรียนในมหาวิทยาลัยที่ตนเองรับภาระค่าใช้จ่ายไหวและสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้”
—Ekaterina Struett ซีอีโอของ College Advising Corps

ร่วมสนับสนุนโรงพยาบาลเด็กบอสตันเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของวัยรุ่น

ตอนที่เราเปิดตัว ChatGPT for Teens เราตั้งใจว่าจะพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจะสนับสนุนห้องปฏิบัติการด้านสุขภาวะดิจิทัลของโรงพยาบาลเด็กบอสตัน⁠(เปิดในหน้าต่างใหม่) พร้อมด้วยสภาที่ปรึกษานักเรียน⁠(เปิดในหน้าต่างใหม่)ที่ทำงานอย่างอิสระตลอดสามปีข้างหน้า เพื่อรับฟังจากเยาวชนโดยตรงว่า AI เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขาอย่างไร และให้วัยรุ่นมีบทบาทในการร่วมกำหนดการออกแบบ AI อย่างแท้จริง

ในปีการศึกษา 2569–2570 ห้องปฏิบัติการจะรวบรวมนักเรียนประมาณ 22 คนเข้าร่วมโครงการสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นนักเรียนอายุ 14–18 ปีประมาณ 12 คน ที่จะทำโครงการส่งเสริมสุขภาวะดิจิทัลในชุมชนของตนเอง ส่วนกลุ่มที่สองเป็นนักเรียนอายุ 16–20 ปีประมาณ 10 คน ที่จะเน้นพัฒนาแชตบอต AI และเทคโนโลยีใหม่ๆ นักเรียนจะทำงานร่วมกับนักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์ในโครงการด้านสุขภาวะดิจิทัลและ AI กลุ่มที่เน้นด้าน AI จะทดลองใช้เครื่องมือและเสนอสิ่งที่ควรปรับปรุง โดยอิงจากประสบการณ์ใช้ AI ในการเรียนและชีวิตส่วนตัว เราคาดว่าจะขอความคิดเห็นเกี่ยวกับการตั้งค่าความปลอดภัยเริ่มต้นสำหรับวัยรุ่น เครื่องมือควบคุมและการแจ้งเตือนสำหรับผู้ปกครอง รวมถึงความรู้ความเข้าใจในการใช้ AI

วัยรุ่นควรมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครื่องมือที่จะกำหนดอนาคตของพวกเขา โดยจะได้ทดลองใช้เครื่องมือและจัดทำข้อเสนอแนะให้ผู้พัฒนา เราตั้งใจนำข้อเสนอแนะเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และโมเดลตั้งแต่ช่วงแรก พร้อมแจ้งให้นักเรียนทราบว่าเราปรับเปลี่ยนอะไรและเพราะเหตุใด คณะที่ปรึกษานี้จะเปิดโอกาสให้วัยรุ่นเสนอความคิดเห็นต่อการพัฒนาโดยตรง และแบ่งปันมุมมองกับข้อเสนอแนะเพื่อช่วยให้ผู้พัฒนาทั่วทั้งอุตสาหกรรมสร้างเครื่องมือที่ตอบโจทย์เยาวชนได้ดีขึ้น

“เยาวชนมีมุมมองเชิงลึกและความรู้สำคัญที่ผู้ใหญ่ไม่มี พวกเขามองเห็นว่าอะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผล และอะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลง”
—Dr. Michael Rich ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ และ Cori Stott ผู้อำนวยการบริหาร Digital Wellness Lab ณ เดือนเมษายน 2569

เพิ่มวิธีเรียนสำหรับวัยรุ่นด้วยบัตรคำและแบบทดสอบ

เราได้รับฟังจากนักเรียนว่า กว่าจะถ่ายรูปและอัปโหลดโน้ตที่จดไว้เข้า ChatGPT จนครบ อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง เราจึงกำลังช่วยให้นักเรียนเปลี่ยนโน้ตเป็นบัตรคำ แบบทดสอบ และสื่อช่วยเรียนอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น

นักเรียนสามารถถ่ายรูปโน้ตการเรียนหลายหน้าต่อเนื่องกัน แล้วให้ระบบรวมเป็น PDF ไฟล์เดียวโดยอัตโนมัติ พร้อมอัปโหลดเข้า ChatGPT ได้ทันที ฟีเจอร์นี้ใช้ได้แล้วบน iOS และเรากำลังพัฒนาให้ใช้บน Android ได้ด้วย

เรากำลังเพิ่มบัตรคำให้วัยรุ่นใช้ฝึกฝนและทบทวนบทเรียนด้วย ตัวอย่างเช่น นักเรียนที่เตรียมสอบชีววิทยาอาจอัปโหลดโน้ตการเรียนหรือเลือกหัวข้อที่ต้องการ แล้ว ChatGPT จะช่วยเปลี่ยนเนื้อหาเป็นบัตรคำสำหรับทบทวนได้ นักเรียนสามารถทำเครื่องหมายบัตรที่ตอบได้แล้ว กลับมาทบทวนบัตรที่ตอบผิด หรือสลับลำดับบัตรเพื่อฝึกอีกรอบ ชุดบัตรคำจะเก็บไว้ในคลังของผู้ใช้ เพื่อให้กลับมาทบทวนต่อจากเดิมได้ง่าย นอกจากนี้ นักเรียนยังขอให้ ChatGPT เปิดชุดบัตรคำขึ้นมาและกำหนดเวลาสำหรับการฝึกทบทวนได้อีกด้วย

นอกจากบัตรคำแล้ว เรายังทำให้การสร้างแบบทดสอบใน ChatGPT ง่ายขึ้นด้วย ตอนนี้นักเรียนสามารถอัปโหลดโน้ตการเรียนเพื่อสร้างแบบทดสอบที่ตอบได้ทันทีในแชต และ ChatGPT ก็เข้าใจได้ดีขึ้นเมื่อผู้ใช้ต้องการทำแบบทดสอบ พร้อมสร้างให้ได้ในแชตโดยตรง

เราจะเรียนรู้จากวัยรุ่น ครอบครัว และบุคลากรทางการศึกษาต่อไป พร้อมตรวจสอบว่ามาตรการคุ้มครองได้ผลอย่างไรในการใช้งานจริง และแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ระหว่างพัฒนา ChatGPT for Teens

ผู้เขียน

OpenAI