ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
OpenAI

17 กันยายน 2569

บริษัท

ขอแนะนำ Astra for Law

โมเดลที่ทรงพลังที่สุดของเรา ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้เป็นรากฐาน AI รูปแบบใหม่สำหรับงานด้านกฎหมาย

กำลังโหลด…

วันนี้เราขอแนะนำ Astra for Law รากฐานใหม่ที่เปิดทางให้สำนักงานกฎหมายและบริษัทเทคโนโลยีกฎหมายนำความเชี่ยวชาญของตนมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ AI และขั้นตอนการทำงาน Astra for Law ใช้ GPT‑6 Astra ซึ่งเป็นโมเดลรุ่นล่าสุดและทรงพลังที่สุดของเรา พร้อมการตั้งค่า เครื่องมือ และบริบทที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานของผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย

ลูกค้า API ซึ่งรวมถึง Harvey และ Legora จะสามารถนำ Astra for Law ไปต่อยอด เพื่อผสานขีดความสามารถนี้เข้ากับผลิตภัณฑ์และขั้นตอนการทำงานของตนเอง และเมื่อโมเดลระดับแนวหน้าของเราก้าวหน้ายิ่งขึ้น เราก็จะนำความสามารถด้านกฎหมายเหล่านี้มาใช้กับโมเดลรุ่นล่าสุดของเราด้วย

นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าพัฒนาด้านความเป็นส่วนตัวและการกำกับดูแล เพื่อให้สำนักงานกฎหมายมีมาตรการควบคุมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลับของลูกค้า สำนักงานกฎหมายยังสามารถปรับ Astra for Law ให้เหมาะกับการทำงานของตนได้ผ่านปลั๊กอินใหม่ 26 รายการจากระบบนิเวศของเรา ซึ่งช่วยเชื่อม ChatGPT เข้ากับเครื่องมือเฉพาะทางที่สำนักงานใช้อยู่แล้ว เช่น Relativity และ Clio

ความสามารถระดับแนวหน้าสำหรับงานกฎหมาย

Astra for Law ผสาน GPT‑6 Astra เข้ากับระบบค้นหาข้อมูลกฎหมายที่ทรงประสิทธิภาพ พร้อมคำสั่งที่ปรับมาเพื่อการวิเคราะห์และการเขียนงานด้านกฎหมายโดยเฉพาะ องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยเสริมขีดความสามารถของ Astra ให้ครอบคลุมงานกฎหมายได้มากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้สำนักงานกฎหมายและบริษัทเทคโนโลยีกฎหมายพัฒนาแอปพลิเคชันและขั้นตอนการทำงานได้ตามความต้องการ

การวิจัยกฎหมาย: จากข้อเท็จจริงสู่คำตอบที่มีหลักฐานรองรับ

ระบบค้นหาข้อมูลกฎหมายใหม่ของเราเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ Astra for Law สามารถเรียกใช้ได้ โดยทั่วไป การค้นคว้าข้อมูลทางกฎหมายเริ่มจากการค้นหาแหล่งกฎหมายที่ตรงกับประเด็นที่สุด ระบุข้อความสำคัญที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาว่าแหล่งกฎหมายนั้นเกี่ยวข้องกับกรณีที่กำลังพิจารณามากน้อยเพียงใด รวมถึงมีผลผูกพันหรือไม่ ระบบค้นหานี้ช่วยให้ Astra for Law ดำเนินการในขั้นตอนเหล่านี้ได้ พร้อมเสริมการทำงานร่วมกับเนื้อหาที่ได้รับอนุญาตให้ใช้และผลิตภัณฑ์เฉพาะทางจากผู้ให้บริการที่สำนักงานกฎหมายไว้วางใจ เช่น Thomson Reuters

Astra for Law ใช้ระบบค้นหาข้อมูลกฎหมายเพื่อค้นข้อมูลจากคำพิพากษา กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับของศาล และคำวินิจฉัยของหน่วยงานทางปกครองทั่วสหรัฐอเมริกา โดยค้นจากแหล่งข้อมูลที่รวบรวม URL ไว้มากกว่า 230 ล้านรายการและมีการเพิ่มแหล่งข้อมูลใหม่ทุกวัน นอกจากนี้ เรายังร่วมมือกับ Free Law Project ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่อยู่เบื้องหลัง CourtListener เพื่อนำคลังคำพิพากษาที่ครอบคลุมคำพิพากษาบรรทัดฐานของสหรัฐอเมริกาที่มีการเผยแพร่แล้วมากกว่า 99.9%(เปิดในหน้าต่างใหม่) มาใช้ในการค้นคว้าข้อมูลนี้

เราทดสอบระบบของ Astra for Law แบบครบถ้วนด้วยคำถามสำหรับการค้นคว้าข้อมูลกฎหมายของสหรัฐอเมริกา 200 ข้อ จากชุดข้อมูลตรวจสอบที่ไม่ได้เปิดเผยของ Vals AI’s Legal Research Bench(เปิดในหน้าต่างใหม่) เพื่อดูว่าการปรับแต่งในรูปแบบนี้ช่วยยกระดับการค้นคว้าข้อมูลทางกฎหมายได้เพียงใด เกณฑ์มาตรฐานดังกล่าวประเมินทั้งความสามารถของโมเดลในการค้นหาแหล่งข้อมูลและข้อความที่ตรงกับประเด็น และคุณภาพของคำตอบจากการค้นคว้าเมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนด

เมื่อกำหนดให้ทั้งสองระบบใช้ระดับการให้เหตุผลสูงสุด Astra for Law ผ่านเกณฑ์ประเมินความถูกต้องโดยรวม 54.0% ของคำถาม ส่วน GPT‑6 Astra ที่ใช้การค้นหาบนเว็บเพียงอย่างเดียวผ่านเกณฑ์ 38.7% เท่ากับว่า Astra for Law ทำได้ดีขึ้น 40% เมื่อเทียบกันในเชิงสัมพัทธ์ นอกจากนี้ Astra for Law ยังให้คำตอบที่ครอบคลุมมากกว่าอีกด้วย

สำหรับคำถามที่เน้นการค้นคว้าคำพิพากษา เมื่อใช้ระดับการให้เหตุผลสูงสุด Astra for Law พบคดีอ้างอิงได้มากกว่า GPT‑6 Astra ที่ค้นหาข้อมูลบนเว็บเพียงอย่างเดียว 24% และจากการตรวจสอบข้อความเป้าหมาย พบว่าเมื่อเปรียบเทียบทั้งสองระบบที่ระดับการให้เหตุผลเท่ากัน Astra for Law สามารถค้นหาข้อความที่เกี่ยวข้องจากคำวินิจฉัยของศาลที่ถูกต้องได้มากกว่าสูงสุด 54%

ผลที่ได้คือข้อมูลจากการค้นคว้าที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยให้ทนายความนำไปใช้ประกอบการให้คำปรึกษาด้านธุรกรรม ประเมินข้อพิพาท หรือวางกลยุทธ์ทางกฎหมาย พร้อมแหล่งกฎหมายที่เชื่อถือได้ซึ่งทนายความสามารถตรวจสอบด้วยตนเอง

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Astra for Law และ GPT‑6 Astra ด้วยชุดข้อมูลตรวจสอบ Vals AI Legal Research Bench โดยใช้ระดับการให้เหตุผลที่แตกต่างกัน

ยกระดับประสิทธิภาพของเวิร์กโฟลว์กฎหมายแบบครบวงจร

การค้นคว้าข้อมูลทางกฎหมายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น Astra for Law ยังมีคำสั่งที่ปรับมาโดยเฉพาะสำหรับการวิเคราะห์และการเขียนงานกฎหมาย เพื่อช่วยนำข้อมูลที่ค้นคว้าได้มาพิจารณาร่วมกับข้อเท็จจริงของลูกค้า สร้างข้อโต้แย้งหรือกำหนดเงื่อนไขของธุรกรรม รวมถึงค้นหาจุดอ่อนและประเด็นที่ยังไม่แน่นอน เช่น แยกให้ชัดว่าส่วนใดคือคำวินิจฉัยของศาลและส่วนใดเป็นเพียงข้อสังเกต พิจารณาคดีที่อาจทำให้ข้อโต้แย้งมีน้ำหนักน้อยลง หรืออธิบายว่าข้อยกเว้นในสัญญาส่งผลต่อการแบ่งความเสี่ยงระหว่างคู่สัญญาอย่างไร

ตัวอย่างเช่น เมื่อได้รับคำสั่งให้ค้นหาคำพิพากษาที่ยังมีผลใช้เป็นบรรทัดฐานและมีข้อเท็จจริงใกล้เคียงกัน Astra for Law สามารถทั้งค้นหาคำพิพากษาบรรทัดฐานที่เกี่ยวข้องและจับคู่ข้อเท็จจริงของคดีได้ดีกว่าโมเดลระดับแนวหน้าอื่นๆ ดังนี้

ในช่วงแรก Astra for Law จะเปิดให้สำนักงานกฎหมายที่ได้รับคัดเลือกใช้งานผ่าน Trusted Access ใน ChatGPT และ Codex ก่อน และจะเปิดให้ใช้งานผ่าน API ในเร็วๆ นี้ โดยจะแสดงในชื่อ “GPT‑6 Astra Law” ในเมนูเลือกโมเดล และใช้ชื่อ gpt-6-astra-law ใน API

1 จาก 2
เรารู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสทดลอง Astra for Law รุ่นแรกๆ ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงการใช้งานด้านกฎหมายโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านคดีพิพาทหรืองานด้านธุรกรรม โมเดลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการค้นคว้าข้อมูลได้อย่างเจาะลึก และให้ความสำคัญกับลำดับชั้นและน้ำหนักของแหล่งอ้างอิงทางกฎหมายได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของ AI สำหรับงานกฎหมายที่ให้คำตอบโดยอ้างอิงจากงานค้นคว้าที่ทั้งเป็นปัจจุบันและครอบคลุมอย่างรอบคอบ
John Savva หุ้นส่วนของ Sullivan & Cromwell

ความน่าเชื่อถือและมาตรการควบคุมที่ได้มาตรฐานสำหรับงานกฎหมาย

สำนักงานกฎหมายจำเป็นต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของลูกค้า และควบคุมการนำ AI มาใช้ในการทำงาน เราจึงจัดทำ Trusted Access Program ขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อให้ทนายความและผู้ที่ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของทนายความในสำนักงานกฎหมายที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ สามารถใช้ Astra for Law สำหรับงานกฎหมายในระดับมืออาชีพได้ สำหรับสำนักงานที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ บริการนี้รองรับการไม่เก็บข้อมูลเมื่อใช้งานผ่าน API และโดยค่าเริ่มต้น การใช้งาน ChatGPT Enterprise จะไม่ผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์

นอกจากนี้ เรายังร่วมมือกับ Latham & Watkins ซึ่งเป็นผู้นำด้านการกำกับดูแล AI เพื่อออกแบบระบบที่รองรับการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล การแยกข้อมูลที่ต้องรักษาความลับระหว่างทีม การปฏิบัติตามคำสั่งของลูกค้า และการกำกับดูแลในระดับสำนักงาน

ศักยภาพของ AI ที่เพิ่มขึ้นเปิดโอกาสให้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับงานที่ต้องมีการกำกับดูแล การตรวจสอบ และความรับผิดชอบในระดับสูงได้มากยิ่งขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้ต่อยอดจากการลงทุนของ Latham ในด้านการพัฒนา AI การวางระบบกำกับดูแล และโครงสร้างพื้นฐานทั่วทั้งสำนักงาน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของกลยุทธ์การใช้ AI อย่างรับผิดชอบในทุกส่วนขององค์กร
Michael Rubin ประธานคณะกรรมการกลยุทธ์ AI ของ Latham

สร้าง ChatGPT จากความเชี่ยวชาญของสำนักงานคุณ

เมื่อมีทั้งขีดความสามารถ AI ระดับแนวหน้าและมาตรการควบคุมที่เหมาะสม สำนักงานกฎหมายสามารถนำคำพิพากษาบรรทัดฐาน แนวทางการทำงาน และวิจารณญาณที่สั่งสมไว้ มาต่อยอดเป็นเครื่องมือ AI และขั้นตอนการทำงานที่เป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานเอง

วิศวกรภาคสนามของเราได้ร่วมงานกับสำนักงานที่ได้รับคัดเลือกเพื่อปรับ ChatGPT Enterprise ด้วยอินเทอร์เฟซแบบกำหนดเองและการผสานรวมกับข้อมูลกรรมสิทธิ์ จนเกิดเป็นเครื่องมือสำหรับเวิร์กโฟลว์ของแต่ละสำนักงานดังนี้

  • Sullivan & Cromwell สร้างเครื่องมือวิเคราะห์ข้อตกลงที่นำแนวทางการเจรจาของสำนักงานและตัวอย่างจากงานก่อนหน้าที่คัดเลือกไว้ มาช่วยตรวจสอบธุรกรรมใหม่ โดยช่วยให้ทนายความตรวจพบความเสี่ยงที่อาจมองไม่เห็นเมื่ออ่านข้อกำหนดแต่ละข้อแยกกัน แต่ปรากฏชัดเมื่อนำมาพิจารณาร่วมกัน จากนั้นเครื่องมือจะนำสิ่งที่พบมาเสนอการแก้ไขข้อความในสัญญาและจัดทำร่างคำแนะนำสำหรับลูกค้า เพื่อให้ทนายความตรวจสอบและปรับปรุงต่อ

  • Ropes & Gray พัฒนาระบบตรวจสอบสถานะธุรกรรมให้สอดคล้องกับวิธีที่ทนายความตรวจสอบเอกสารในห้องข้อมูลและพิจารณาว่าข้อมูลใดมีความสำคัญต่อธุรกรรม ระบบช่วยให้ทนายความย้อนกลับไปตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อค้นพบได้ และระบุประเด็นสำคัญที่อาจส่งผลต่อการเข้าซื้อกิจการ เช่น สัญญากับลูกค้ารายสำคัญกำหนดให้ต้องแจ้งหรือขอความยินยอมก่อนหรือไม่

  • Cooley พัฒนา GO Public เพื่อนำความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุนของสำนักงานมาช่วยบริษัทเตรียมความพร้อมก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตั้งแต่การร่างเอกสารยื่นขอเสนอขายหุ้น IPO ไปจนถึงการระบุความเสี่ยงที่ฝ่ายบริหารควรให้ความสำคัญ หากรายละเอียดของธุรกรรมมีการเปลี่ยนแปลง ระบบจะปรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันทั่วทั้งเอกสาร เพื่อให้ทนายความตรวจสอบผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ในภาพรวม

1 จาก 4
ความร่วมมือกับ OpenAI ทำให้เราได้ทบทวนวิธีการทำงานนี้ใหม่ โดยช่วยให้ทนายความและทีมผู้บริหารใช้เวลาในขั้นตอนการเตรียมงานที่เข้มข้นน้อยลง และเข้าสู่การพิจารณาประเด็นสำคัญที่ต้องอาศัยวิจารณญาณ ประสบการณ์ในตลาด และการคิดเชิงกลยุทธ์ได้เร็วขึ้น
Dave Peinsipp หุ้นส่วนและประธานร่วมกลุ่มตลาดทุนทั่วโลกของ Cooley

สำนักงานกฎหมายสามารถพัฒนาระบบร่วมกับทีมของตนเองและใช้ผลิตภัณฑ์จากพาร์ทเนอร์ได้ โดยกำหนดให้ชัดเจนว่าแต่ละงานสามารถใช้แหล่งข้อมูลใดได้บ้างและต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบอย่างไร

ความสามารถของ AI ระดับแนวหน้า ผสานเข้ากับเครื่องมือด้านกฎหมายที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด

เราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านซึ่งกำลังขับเคลื่อน AI สำหรับวงการกฎหมายให้ก้าวหน้า วันนี้เราเปิดตัว ปลั๊กอิน 26 รายการที่พัฒนาโดยพาร์ทเนอร์ เพื่อช่วยให้สำนักงานกฎหมายใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและองค์ความรู้ที่มีอยู่ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปลั๊กอินเหล่านี้ครอบคลุมทั้งการปฏิบัติงานด้านกฎหมายและการบริหารธุรกิจของสำนักงานกฎหมาย เมื่อใช้ iManage ทนายความสามารถร่างเอกสารสรุปประเด็นสำหรับการเจรจาใน ChatGPT แล้วบันทึกลงในแฟ้มคดีหรืองานที่เกี่ยวข้องได้ ส่วน Intapp สามารถค้นหากิจกรรมที่อาจต้องตรวจสอบและบันทึกเวลาทำงาน ขณะที่ DeepJudge สามารถนำธุรกรรมก่อนหน้ามาใช้เปรียบเทียบได้ สำหรับ Thomson Reuters กำลังนำบริบทของงานจาก HighQ มาใช้ใน ChatGPT พร้อมเผยตัวอย่างตัวเชื่อมต่อ CoCounsel Legal ที่กำลังจะเปิดตัว

การที่ AI เปิดกว้างและทำงานข้ามระบบได้มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าการเชื่อมต่อเพียงอย่างเดียวจะสร้างคุณค่าให้กับงานกฎหมายได้ ผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายยังต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อถือได้ ความเข้าใจในบริบทขององค์กรและงานแต่ละเรื่อง เครื่องมือและความสามารถที่ออกแบบมาเพื่องานกฎหมายโดยตรง รวมถึงการกำกับดูแลที่รัดกุมสำหรับงานที่มีความสำคัญสูง Thomson Reuters ตอบโจทย์เหล่านี้ผ่าน HighQ และ CoCounsel Legal โดย CoCounsel ยังคงเป็นระบบ AI สำหรับมืออาชีพที่ได้รับความไว้วางใจและออกแบบมาเพื่อช่วยให้งานดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ การทำงานร่วมกับ OpenAI ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงความสามารถเหล่านี้ผ่านสภาพแวดล้อมที่ตนเลือก พร้อมคงไว้ซึ่งความถูกต้อง การรักษาความลับ และความรับผิดชอบที่ลูกค้าต้องการ
Joel Hron ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Thomson Reuters

ในการเปิดตัวครั้งนี้ เรายังมีปลั๊กอินจากชุมชนอีก 9 รายการ ซึ่งพัฒนาโดยทนายความและวิศวกรด้านกฎหมายจาก LegalQuants, LECG และ Skills.law พร้อมทักษะที่สร้างขึ้นเอง 47 รายการ ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพสามารถนำไปปรับใช้ ต่อยอด หรือใช้เป็นแนวทางในการทำงานผ่าน ChatGPT ได้ ปลั๊กอินจากชุมชนเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าใจงานเหล่านี้ดีที่สุดได้มีส่วนร่วมกำหนดมาตรฐานและผลักดันขีดความสามารถของทักษะเหล่านี้ให้ก้าวหน้าต่อไป นอกจากนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ChatGPT for Word เปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้ว เพื่อให้ทนายความสามารถตรวจทานเอกสาร รับคำแนะนำในการแก้ไข และตรวจหาปัญหาด้านการจัดรูปแบบได้โดยตรงในเครื่องมือที่ใช้อยู่เป็นประจำในการร่างเอกสาร

เราออกแบบแนวทางนี้ให้เปิดกว้างและสามารถนำองค์ประกอบต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกันได้ สำนักงานกฎหมายจึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เชื่อมโยงเครื่องมือและองค์ความรู้ของตน และนำทักษะจากชุมชนมาปรับให้เข้ากับรูปแบบการทำงานได้อย่างอิสระ ส่วนพาร์ทเนอร์ก็ยังคงพัฒนาแอปพลิเคชันและขั้นตอนการทำงานของตนเองต่อไป โดยแต่ละสำนักงานเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะนำความสามารถเหล่านี้มาใช้ร่วมกันในรูปแบบใด การพัฒนาบน OpenAI ควรช่วยต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ในระบบนิเวศ ไม่ใช่เข้ามาทดแทน

ร่วมสร้างสรรค์ไปกับเรา

OpenAI มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับวงการกฎหมายอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เราจะเดินหน้าพัฒนาโมเดล การตั้งค่า เครื่องมือ และคำสั่งของ Astra for Law ให้ทำงานสอดประสานกันยิ่งขึ้น โดยอาศัยการประเมินอย่างเข้มงวด ตลอดจนความคิดเห็นจากทนายความและพันธมิตรด้านเทคโนโลยีกฎหมาย นอกจากนี้ เราจะพัฒนา ChatGPT อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สำนักงานกฎหมายสามารถนำความเชี่ยวชาญของตนมาต่อยอดและเชื่อมต่อกับเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้อยู่ได้

เราร่วมมือกับ Wachtell, Lipton, Rosen & Katz โดยนำความเชี่ยวชาญด้านคดีพิพาทและกฎหมายธุรกิจของสำนักงานกฎหมายมาผสานกับงานวิจัยและวิศวกรรมแนวหน้าของเรา เพื่อสำรวจบทบาทของ AI ในการสนับสนุนงานกฎหมายที่ต้องอาศัยวิจารณญาณและความเชี่ยวชาญในระดับสูง

สิ่งที่เราประทับใจจากการทำงานร่วมกับ OpenAI คือความเชี่ยวชาญทางเทคนิคอย่างลึกซึ้งของทีมวิศวกรที่ทำงานใกล้ชิดกับเรา รวมถึงการเปิดรับและรับฟังความคิดเห็นในการพูดคุยถึงบทบาทของ AI ที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนงานด้านกฎหมาย เราตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่า AI จะเข้ามามีส่วนกำหนดทิศทางใหม่ให้กับวงการกฎหมายในยุคต่อไปอย่างไร
Wachtell, Lipton, Rosen & Katz

ผู้ที่จะผลักดันการใช้ AI ในงานกฎหมายไปได้ไกลที่สุด คือผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายและบริษัทที่ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีไปพร้อมกับพวกเขา เรามุ่งทำงานร่วมกับทุกฝ่ายในแวดวงนี้ เพื่อให้สำนักงานกฎหมายสามารถนำความเชี่ยวชาญ มาตรฐาน และวิจารณญาณของตนมาใช้กับ AI และให้บริการลูกค้าในแบบที่มีเพียงสำนักงานเหล่านั้นเท่านั้นที่ทำได้

โปรดติดต่อ OpenAI หากสนใจทดลองใช้ Astra for Law ก่อนเปิดให้ใช้งานทั่วไป ต้องการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ของคุณ หรือพัฒนาเครื่องมือโดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของสำนักงานกฎหมาย

ผู้เขียน

OpenAI