ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
OpenAI

14 ตุลาคม 2569

สตาร์ทอัพ

Amp ใช้เอเจนต์ AI ทำงานนอกเหนือจากโค้ดด้วยโมเดล OpenAI

ดูว่า Amp ขยายขีดความสามารถของเอเจนต์ด้วย GPT‑6 Astra, Ultrafast, GPT‑Live‑1 และการลงชื่อเข้าใช้ด้วย ChatGPT อย่างไร

ขนาดบริษัท: สตาร์ทอัพ
ภูมิภาค: อเมริกาเหนือ
อุตสาหกรรม: เทคโนโลยี
ผลิตภัณฑ์: API
กำลังโหลด…

Amp⁠(เปิดในหน้าต่างใหม่) กำลังสร้างเอเจนต์ AI ระดับแนวหน้าที่ช่วยให้นักพัฒนาเปลี่ยนไอเดียอันทะเยอทะยานให้เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้จริง สำหรับ Quinn Slack ซึ่งเป็น CEO ของ Amp การพัฒนาโมเดลให้ดีขึ้นแต่ละครั้งคือโอกาสที่จะขยายขีดความสามารถของเอเจนต์ ตั้งแต่ช่วยนักพัฒนาตัดสินใจว่าจะสร้างอะไร ไปจนถึงเขียนโค้ดและออกแบบหน้าเว็บ

Amp เลือกและแนะนำโมเดลตามความเหมาะสมกับผู้ใช้ โดย Token ส่วนใหญ่ที่ใช้ใน Amp มาจากการใช้งานโมเดลของ OpenAI Quinn เล่าว่า “OpenAI มีความโปร่งใสมาก และเมื่อมีการใช้มาตรการป้องกันความเสี่ยง ผู้ใช้ก็รับรู้และเข้าใจ นั่นทำให้การใช้โมเดลของ OpenAI เป็นเรื่องง่ายมาก คุณสามารถทำงานทั้งหมดใน Amp ด้วยโมเดลของ OpenAI และพอใจกับผลลัพธ์ได้อย่างเต็มที่”

“ผู้ใช้ของเราชื่นชอบมากที่โมเดลของ OpenAI พัฒนาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
—Quinn Slack, CEO และสมาชิกทีมเทคนิคของ Amp

ลดต้นทุนการพัฒนาด้วยการลงชื่อเข้าใช้ด้วย ChatGPT

เมื่อผู้พัฒนามอบหมายงานให้เอเจนต์มากขึ้น ค่าใช้จ่ายด้าน Token ก็อาจกลายเป็นข้อจำกัด Quinn เล่าว่าผู้ใช้ Amp บางรายใช้ถึง 1 หมื่นล้าน Token ต่อสัปดาห์ เขาเชื่อว่าหากผู้ใช้คอยกังวลกับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นทุกนิด ก็อาจทำให้ไม่กล้าลองจนค้นพบว่าเอเจนต์ทำอะไรได้บ้าง

เพื่อช่วยลดข้อจำกัดนี้ Amp จึงเปิดตัวการเชื่อมต่อผ่านฟีเจอร์ลงชื่อเข้าใช้ด้วย ChatGPT Quinn กล่าวว่าฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ Amp เข้าถึง Token ได้มากขึ้นและใช้โมเดลของ OpenAI รวมถึง GPT‑6 Astra ได้ ซึ่งทำให้ผู้ใช้กล้ามอบหมายงานที่ใหญ่ขึ้นให้เอเจนต์

“การลงชื่อเข้าใช้ด้วย ChatGPT ช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกว่าไม่ต้องมาคอยนับ Token ทีละตัว” เขากล่าว “และเมื่อคุณปล่อยให้เอเจนต์ทำงานอย่างอิสระมากขึ้นจริงๆ คุณก็จะรู้ว่ามันทำอะไรได้มากแค่ไหน” Quinn กล่าวว่าเขาเห็นผู้ใช้ให้เอเจนต์ช่วยวางแผน ตัดสินใจว่าจะสร้างอะไร และทำงานต่อหลังจากเปิดตัวผลงานแล้ว

เขียน ออกแบบ และสร้างสรรค์ด้วย GPT‑6 Astra

Amp ต้องการให้เอเจนต์ช่วยงานทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับการสร้างผลิตภัณฑ์และผลักดันให้เติบโต ทีมงาน 20 คนของ Amp เองก็ใช้เอเจนต์ในลักษณะนี้ รวมถึงในงานการตลาดด้วย “เราไม่มีคนที่ดูแลงานนี้โดยเฉพาะ แต่เรามีเอเจนต์ที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง” Quinn กล่าว ทีมอาศัยเอเจนต์ช่วยปรับปรุงประสบการณ์สำหรับผู้ใช้ใหม่ และช่วยให้ผู้คนค้นพบ Amp ผ่านการค้นหาและช่องทางอื่นๆ มากขึ้น

งานเขียนและงานออกแบบคุณภาพสูงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับงานเหล่านี้ GPT‑6 Astra ช่วยให้ทีมจัดทำเอกสารและออกแบบหน้าเว็บได้ตามมาตรฐานอันเข้มงวดของ Amp

“เรามีสไตล์การออกแบบและการเขียนที่เป็นเอกลักษณ์มาก เราเข้มงวดกับเรื่องนี้มาก แต่เราพอใจกับผลงานของ GPT-6 Astra จริงๆ”
—Quinn Slack, CEO และสมาชิกทีมเทคนิคของ Amp

Quinn ยังทดลองใช้ GPT‑6 Astra ต่อที่บ้านด้วย เขาให้แบบแปลนบ้านกับมัน แล้วใช้มันสร้างแบบจำลอง 3 มิติใน Blender จากนั้นเขากับลูกๆ ก็นำแบบจำลองนั้นมาทำเป็นเกม ทั้งเพิ่มสระธารน้ำวนให้ไหลผ่านบ้าน หรือวิ่งไล่กระเทียมไปรอบบ้าน โดยได้แรงบันดาลใจจากคุณย่าที่ไม่ชอบกระเทียม “แค่สองสามเดือนก่อน เรายังทำแบบนี้ไม่ได้เลย” เขากล่าว

พูดคุยกับเอเจนต์ของคุณผ่าน GPT‑Live‑1

เมื่อไม่นานมานี้ Amp ได้ประกาศเปิดตัว Puck ผู้ช่วย AI แบบสนทนาที่อยู่ใน Amp ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เริ่มใช้งานและจัดการเอเจนต์อื่นๆ ได้ ผู้ใช้สามารถขอให้ Puck เริ่มเอเจนต์เพื่อตรวจสอบบั๊ก ประสานงานระหว่างเอเจนต์หลายตัว หรือค้นหาบทสนทนาเก่าเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคได้

ด้วยฟีเจอร์ Calling Puck ที่ขับเคลื่อนด้วย GPT‑Live‑1 ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับ Puck ได้แบบเรียลไทม์ แม้แต่ผ่านนาฬิกา Quinn มองว่าผู้คนจะใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อให้เอเจนต์ทำงานต่อได้แม้ไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งขณะออกไปวิ่ง

เร่งกระบวนการทำงานของเอเจนต์ด้วย Ultrafast

Amp กำลังทดสอบโหมด Ultrafast กับ GPT‑6 Astra และ Quinn กล่าวว่าความเร็วที่เพิ่มขึ้นเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้เอเจนต์ ปัจจุบัน ผู้คนมักสลับไปมาระหว่างงานของเอเจนต์หลายตัวระหว่างรอให้แต่ละงานเสร็จ การตอบสนองที่เร็วขึ้นอาจช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องคอยดูแลเอเจนต์หลายตัวพร้อมกัน หรือให้เวลาเอเจนต์ตรวจสอบงานของตัวเองมากขึ้นก่อนส่งผลลัพธ์กลับมา

“ผู้คนยังไม่เคยเห็นโมเดลที่ทั้งเก่งและเร็วขนาดนี้มาก่อน”
—Quinn Slack, CEO และสมาชิกทีมเทคนิคของ Amp

สำหรับ Amp ก้าวต่อไปคือให้เอเจนต์รับงานทั้งก่อนและหลังการเขียนโค้ดมากขึ้น เพื่อให้ผู้พัฒนาต่อยอดไอเดียไปได้ไกลกว่าเดิมโดยไม่ต้องจัดการทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง “เรายังไม่รู้ว่ามนุษย์จะสร้างสรรค์อะไรขึ้นมาบ้าง และนั่นคือสิ่งที่เราทุกคนจะได้เห็น การได้มีส่วนร่วมในเรื่องนี้เป็นอะไรที่เจ๋งมาก” Quinn กล่าว