ประเทศต่างๆ จะยุติช่องว่างด้านขีดความสามารถการใช้งานได้อย่างไร
โดย George Osborne หัวหน้าฝ่ายงาน OpenAI for Countries
แม้ว่า AI จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่หลายประเทศยังไม่สามารถนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนและการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ มีช่องว่างด้านขีดความสามารถการใช้งานอย่างชัดเจนระหว่างผู้ที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้เต็มที่กับคนส่วนใหญ่ที่ยังตามไม่ทัน หากช่องว่างดังกล่าวยังขยายตัวต่อไป จะมีเพียงไม่กี่ประเทศที่นำหน้าไปไกลขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ขณะที่ประเทศอื่นๆ เสี่ยงต่อการถูกทิ้งห่าง และยากยากต่อการฟื้นตัว
งานวิจัยใหม่ของเราเรื่อง การยุติช่องว่างด้านขีดความสามารถ(เปิดในหน้าต่างใหม่) ที่เผยแพร่วันนี้แสดงให้เห็นว่าช่องว่างนี้เติบโตจนมีขนาดใหญ่เพียงใดแล้ว ผู้ใช้ที่มีความชำนาญสูงใช้ความสามารถด้านการคิดขั้นสูงของ AI มากกว่าผู้ใช้ทั่วไปประมาณเจ็ดเท่า โดยมุ่งไปที่งานซับซ้อนและหลายขั้นตอน แทนการใช้งานแบบง่าย
เรายังสังเกตเห็นความแตกต่างอย่างเด่นชัดระหว่างประเทศ และปัจจัยนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยรายได้เพียงอย่างเดียว ในบรรดากว่า 70 ประเทศที่มีการใช้งาน ChatGPT สูงสุด มีบางประเทศที่ใช้ความสามารถด้านการคิดต่อคนมากกว่าประเทศอื่นถึง 3 เท่า แม้เศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ และอินเดียจะมีจำนวนผู้ใช้รวมสูงที่สุด และประเทศรายได้สูงขนาดเล็กอย่างสิงคโปร์และเนเธอร์แลนด์จะมีอัตราการใช้งานต่อประชากรสูง แต่การนำ AI ขั้นสูงไปใช้นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศร่ำรวยเท่านั้น เวียดนามและปากีสถานเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้เครื่องมือเชิงตัวแทน (agentic tools) มากที่สุดในโลก โดยใช้เครื่องมือขั้นสูงต่อคนมากกว่าประเทศอื่นกว่า 2 เท่า ในงานอย่างการวิเคราะห์ข้อมูล Connectors และ Codex
พูดง่ายๆ คือ บางประเทศกำลังใช้ AI แก้ปัญหาที่ยากกว่าและก้าวหน้าได้เร็วกว่า ไม่ว่าพวกเขาจะมีทรัพยากรมากน้อยเพียงใด ความแตกต่างเหล่านี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นผลผลิตที่จับต้องได้ ทำให้ผู้คนสามารถทำงานที่ซับซ้อนขึ้น สร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ และเร่งการนวัตกรรม ซึ่งช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่
นั่นคือเหตุผลที่เราได้เปิดตัว OpenAI for Countries เมื่อปีที่แล้ว เพื่อช่วยให้รัฐบาลและสถาบันต่างๆ สามารถนำ AI และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไปสู่ประชาชนในวงกว้าง โครงการนี้ช่วยส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ ก้าวจากการใช้งานพื้นฐานไปสู่การนำ AI มาใช้เชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นการผสาน AI เข้ากับระบบการศึกษา ตลาดแรงงาน และบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับผลิตภาพ เสริมสร้างสถาบัน และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม แทนที่จะใช้แนวทางแบบเดียวกับทุกประเทศ โครงการ OpenAI for Countries ได้รับการออกแบบผ่านความร่วมมือที่สะท้อนความต้องการ ลำดับความสำคัญ และศักยภาพของแต่ละประเทศ
วันนี้ในงานอีเวนต์ของ OpenAI ร่วมกับเวทีเศรษฐกิจโลก เราได้ประกาศการขยายงานในปี 2569 ด้วยโครงการริเริ่มใหม่ที่ครอบคลุมการศึกษา สุขภาพ การพัฒนาทักษะและการรับรองด้าน AI การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการเร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพเพื่อยกระดับขีดความสามารถอย่างรอบด้าน โครงการเหล่านี้มอบทางเลือกหลากหลายให้ประเทศต่าง ๆ ในการร่วมงานกับเรา เพื่อตอบสนองความต้องการและลำดับความสำคัญของประเทศนั้นๆ
หนึ่งในหัวใจสำคัญของการขยายงานครั้งนี้ คือการช่วยให้ประเทศพันธมิตรเตรียมพร้อมสำหรับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเริ่มจากโครงการ Education for Countries ของ OpenAI โครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้รัฐบาลนำ AI เข้าสู่ระบบการศึกษาในรูปแบบที่ส่งเสริมการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมผู้เรียนสำหรับอาชีพในอนาคต รวมทั้งทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาโมเดลและเครื่องมือการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น เมื่อมองไปข้างหน้า ผมรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้ค้นหาวิธีการทำงานร่วมกับภาคส่วนด้านความสร้างสรรค์และด้านวัฒนธรรมของพันธมิตรโครงการ OpenAI for Countries
เมื่อที่ทำงานต่างๆ เริ่มนำ AI มาใช้มากขึ้น และนายจ้างต่างมองหาพนักงานที่มีทักษะด้าน AI รัฐบาลจึงเริ่มมองเทคโนโลยีนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาที่จำเป็น นั่นหมายถึงการสนับสนุนให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะด้าน AI พร้อมกับเสริมศักยภาพครูผู้สอนด้วยเครื่องมือและการอบรมที่จำเป็น เพื่อให้ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมการคิดวิเคราะห์เชิงลึก กลุ่มพันธมิตรชุดแรกของโครงการ Edu for Countries ประกอบด้วย เอสโตเนีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กรีซ จอร์แดน สโลวาเกีย คาซัคสถาน ตรินิแดดและโตเบโก และ CRUI ของอิตาลี โครงการนี้จะทำงานร่วมกับกระทรวง มหาวิทยาลัย และนักวิจัยในระบบเหล่านี้ โดยรวมถึงการขยายการเข้าถึงเครื่องมือ AI ขั้นสูง การวิจัยขนาดใหญ่เกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อการศึกษาและการเรียนรู้ การฝึกอบรมและการรับรองทักษะทั้งสำหรับผู้เรียนและผู้สอน ตลอดจนสร้างชุมชนพันธมิตรระดับโลกที่เพิ่มขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางการใช้ AI ในการศึกษาอย่างมีความรับผิดชอบ
เช่นเดียวกับ Education for Countries โครงการริเริ่มใหม่ๆ ของเราได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่น และพัฒนารูปแบบผ่านการหารือกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการนำความสามารถของ AI ไปใช้งานจริง ประเทศต่างๆ สามารถสร้างผลผลิตได้มากขึ้นด้วยการปรับใช้ AI ให้มีประสิทธิภาพ ขยายการใช้งานในองค์กร สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสำหรับ AI และเพิ่มทักษะ AI ในทั้งสถานที่ทำงานและห้องเรียน และเมื่อความสามารถของ AI ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง การเริ่มลงมือทำตอนนี้เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ เปลี่ยนความก้าวหน้าเหล่านี้ให้กลายเป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับทุกคน
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายโครงการ OpenAI for Countries ในรายงานการยุติช่องว่างด้านขีดความสามารถได้ที่นี่(เปิดในหน้าต่างใหม่)


