OpenAI

26 ตุลาคม 2569

สตาร์ทอัพ

Greptile ตรวจหาบั๊กได้มากกว่าการรีวิวโค้ดด้วย GPT‑6 Astra

Greptile ใช้ GPT‑6 Astra ทดสอบขั้นตอนการใช้งาน ใช้ Daybreak เสริมความปลอดภัย และใช้ Codex ลดงานแก้ซ้ำได้อย่างไร

ขนาดบริษัท: สตาร์ทอัพ
ภูมิภาค: อเมริกาเหนือ
อุตสาหกรรม: เทคโนโลยี
ผลิตภัณฑ์: API, Codex
กำลังโหลด…

Greptile⁠(เปิดในหน้าต่างใหม่) สร้างเอเจนต์ AI ที่ตรวจสอบและทดสอบการเปลี่ยนแปลงโค้ดโดยเข้าใจบริบทของโค้ดเบสทั้งหมด “ธุรกิจของเราคือการลดบั๊กและทำให้ซอฟต์แวร์ทั่วโลกเชื่อถือได้มากขึ้น” Daksh Gupta ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอกล่าว

สำหรับ Daksh ภารกิจนี้ต้องอาศัยการทดสอบพฤติกรรมของแอปพลิเคชันควบคู่ไปกับการอ่านโค้ด และความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ของ GPT‑6 Astra ก็ช่วยให้ Greptile ทดสอบโดยอัตโนมัติได้ในวงกว้าง

“เป็นครั้งแรกที่ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์พัฒนามาถึงจุดที่เราจำลองให้ผู้ใช้ลองใช้งานแอปพลิเคชันจนเกิดข้อผิดพลาดได้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้บริษัทขนาดใหญ่ปล่อยซอฟต์แวร์ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นมาก”
—Daksh Gupta ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Greptile

ทดสอบแอปพลิเคชันในวงกว้างด้วย GPT‑6 Astra

การตรวจสอบ pull request ต้องดูว่าโค้ดมีตรรกะถูกต้อง ทำงานได้ตามที่นักพัฒนาตั้งใจ มีความปลอดภัย และไม่ทำให้ฟังก์ชันที่มีอยู่ทำงานผิดพลาด การทดสอบบางส่วนจำเป็นต้องเรียกใช้แอปพลิเคชันจริง เพราะการอ่านโค้ดเพียงอย่างเดียวอาจไม่พบปัญหา

Daksh ยกตัวอย่างปุ่มที่หายไปเมื่อเปิดดูเว็บไซต์บน iPhone เมื่อใช้ GPT‑6 Astra ทาง Greptile สามารถเปิดเซิร์ฟเวอร์สำหรับการพัฒนาเพื่อทดสอบ pull request ปรับพื้นที่แสดงผลของเบราว์เซอร์ให้มีขนาดเท่าหน้าจอ iPhone และจำลองการที่ผู้ใช้เข้าใช้งานส่วนต่างๆ ของแอปพลิเคชัน ความเข้าใจภาพของโมเดลช่วยให้ตรวจสอบหน้าจอและพบว่าปุ่มนั้นถูกซ่อนอยู่ได้

“การให้บริษัท QA ทดสอบทุกการเปลี่ยนแปลงนั้นช้าเกินกว่าจะใช้ได้จริง เมื่อเทียบกับความเร็วที่เราปล่อยโค้ดได้ด้วยโมเดลเหล่านี้” เขากล่าว ด้วย GPT‑6 Astra ทาง Greptile สามารถทดสอบแอปพลิเคชันในลักษณะนี้โดยอัตโนมัติได้ในวงกว้าง

เสริมการป้องกันให้ลูกค้าด้วย Daybreak

Daksh กล่าวว่าโมเดลที่ทรงพลังขึ้นยังทำให้ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของแอปพลิเคชันได้ง่ายขึ้นด้วย ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ตกอยู่ในความเสี่ยง แม้แต่บริษัทที่ก่อนหน้านี้มักไม่ใช่เป้าหมาย

“เราต้องการให้แม้แต่สตาร์ทอัพก็รักษาความปลอดภัยของระบบได้อย่างง่ายดาย” Daksh กล่าว “ด้วย Daybreak เราทำสิ่งนี้ได้อย่างปลอดภัยมาก และมั่นใจได้ว่าลูกค้าของเรามีกลไกป้องกันที่ล้ำหน้ากว่ากลไกโจมตีของฝ่ายตรงข้าม”

ลดบั๊กและงานแก้ซ้ำด้วย Codex

ฐานความรู้ของ Greptile จัดทำดัชนีโค้ดเบสของบริษัทและบันทึกวิธีการทำงานไว้ในรูปแบบที่ทั้งคนและเอเจนต์อ่านได้ บริษัทเปิดให้ Codex เข้าถึงเอกสารเหล่านี้ผ่านเซิร์ฟเวอร์ Model Context Protocol (MCP)

วิธีนี้ช่วยให้ Codex เขียนโค้ดตามรูปแบบที่ลูกค้าใช้อยู่เดิมได้ และ Daksh ระบุว่ามีลูกค้าหลายพันรายเชื่อมต่อ Codex เข้ากับฐานความรู้ของ Greptile แล้ว

ทีมวัดผลโดยติดตามว่าต้องย้อนคืนการเปลี่ยนแปลงโค้ดที่ AI สร้างขึ้นบ่อยเพียงใด “เมื่อเราให้บริบทกับเอเจนต์ การย้อนคืนการเปลี่ยนแปลงก็ลดลง ลูกค้าประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากรที่ใช้ในการอนุมาน” Daksh กล่าว ลูกค้าสามารถนำเวลาและทรัพยากรที่ประหยัดได้ไปใช้กับงานใหม่ แทนที่จะต้องแก้ไขการเปลี่ยนแปลงเดิมซ้ำ

Greptile ยังใช้ Codex สร้างซอฟต์แวร์และเอเจนต์ของตนเองด้วย “เราใช้ Codex เยอะมาก” Daksh กล่าว “ทุกฝ่ายของเรามีปริมาณการใช้งานมหาศาล โดยเฉพาะฝ่ายวิศวกรรม”

มุ่งสู่การพัฒนาที่เร็วขึ้นด้วย Ultrafast

Daksh อธิบายว่าสำหรับ Greptile ข้อจำกัดที่แท้จริงเพียงอย่างเดียวคือทีมสามารถเปลี่ยนไอเดียให้เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้เร็วแค่ไหน เขากล่าวว่าโมเดลมีความฉลาดเพียงพอสำหรับงานหลายอย่างแล้ว จึงมองว่า Ultrafast เป็นหนทางที่จะช่วยเร่งการพัฒนา

“สิ่งที่ผมตื่นเต้นที่สุดเกี่ยวกับ Ultrafast คือมันช่วยให้เราเดินหน้าได้เร็วทันกับที่เราคิดไอเดียดีๆ ออกมา”
—Daksh Gupta ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Greptile

เป้าหมายระยะยาวของเขาคือทำให้การปรับเปลี่ยนและปล่อยซอฟต์แวร์ที่สำคัญต่อองค์กรเป็นเรื่องง่ายพอๆ กับการปล่อยโปรเจกต์เสริม โดยมี OpenAI ช่วย Greptile สร้างกระบวนการตรวจสอบที่จำเป็นเพื่อให้ทำเช่นนั้นได้

ก้าวสู่ยุคใหม่ของการทำงาน

ธุรกิจกว่า 1 ล้านแห่งทั่วโลกต่างเห็นผลลัพธ์จริงจากการใช้ OpenAI