ข่าวสาร:
- AWS กับ OpenAI เตรียมพัฒนา Stateful Runtime Environment ร่วมกันโดยใช้เทคโนโลยีจากโมเดลของ OpenAI ซึ่งจะเปิดให้ใช้งานผ่าน Amazon Bedrock เพื่อช่วยให้ลูกค้า AWS พัฒนาแอปพลิเคชันและเอเจนต์ AI เชิงสร้างสรรค์ในระดับการผลิตได้
- AWS จะเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ภายนอกเพียงรายเดียวที่ได้รับสิทธิ์จาก OpenAI Frontier ซึ่งช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถสร้าง ติดตั้ง และบริหารจัดการทีมเอเจนต์ AI ได้อย่างครบวงจร
- OpenAI จะใช้กำลังการประมวลผลจากชิป Trainium ถึง 2 กิกะวัตต์ผ่านโครงสร้างพื้นฐานของ AWS เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน Stateful Runtime Environment แพลตฟอร์ม Frontier และภาระงานขั้นสูงอื่นๆ
- OpenAI กับ Amazon เตรียมพัฒนาโมเดลในรูปแบบพิเศษสำหรับเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้แอปพลิเคชันที่ดูแลลูกค้าของ Amazon ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
- Amazon เตรียมอัดฉีดเงินลงทุนมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับ OpenAI
OpenAI ร่วมกับ Amazon (NASDAQ: AMZN) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์หลายปี เพื่อเร่งการพัฒนาและนวัตกรรมด้าน AI สำหรับองค์กร สตาร์ทอัป และผู้บริโภคทั่วโลก Amazon เตรียมทุ่มเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ OpenAI ซึ่งจะเริ่มลงทุนก่อน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนที่เหลืออีก 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์จะตามมาในภายหลังเมื่อทั้งสองฝ่ายดำเนินการตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้ว
OpenAI และ Amazon กำลังพัฒนา Stateful Runtime Environment ร่วมกัน โดยใช้โมเดลของ OpenAI ซึ่งจะให้บริการผ่าน Amazon Bedrock
ระบบ Stateful Developer Environment จะเปลี่ยนวิธีการใช้งานโมเดลรุ่นล้ำสมัยไปอย่างสิ้นเชิง โดยเปิดทางให้โมเดลเรียกใช้ทั้งระบบคอมพิวต์ หน่วยความจำ และข้อมูลระบุตัวตนได้ทันทีแบบไม่มีสะดุด Stateful Runtime Environment ช่วยให้นักพัฒนาสามารถรักษาบริบท จดจำงานที่ทำไปก่อนหน้า ทำงานข้ามเครื่องมือและแหล่งข้อมูลต่างๆ ได้หลากหลาย พร้อมทั้งเข้าถึงพลังการประมวลผลได้อย่างง่ายดาย ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับโปรเจกต์และกระบวนการทำงานที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
เราจะปรับแต่งระบบ Stateful ให้ทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานของ AWS และ Amazon Bedrock AgentCore ได้อย่างลงตัว เพื่อให้ลูกค้าสามารถรันแอปพลิเคชัน AI และเอเจนต์ควบคู่ไปกับระบบงานเดิมบน AWS ได้อย่างไร้รอยต่อ Stateful Runtime Environment มีกำหนดการจะเปิดใช้งานจริงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
OpenAI มอบสิทธิ์ให้ AWS เป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายเดียวในการเผยแพร่ OpenAI Frontier เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงแพลตฟอร์มองค์กรขั้นสูงที่สุดของ OpenAI ท่ามกลางความต้องการใช้งาน AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในทุกอุตสาหกรรม
Frontier ช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง ติดตั้ง และบริหารจัดการทีมเอเจนต์ AI ที่ทำงานข้ามระบบธุรกิจจริงได้ โดยมีการแชร์บริบทร่วมกัน มีระบบธรรมาภิบาลในตัว และมีความปลอดภัยระดับองค์กร โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องดูแลจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้วยตนเอง Frontier ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากการทดลอง AI ไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างราบรื่น ทำให้สามารถผสาน AI ที่ทรงพลังเข้ากับเวิร์กโฟลว์เดิมได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และครอบคลุมทั่วโลก
OpenAI และ AWS จะขยาย ข้อตกลงความร่วมมือระยะยาวมูลค่า 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่มีอยู่ โดยเพิ่มวงเงินลงทุนอีก 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะครอบคลุมระยะเวลาการดำเนินงานนานถึง 8 ปี การขยายความร่วมมือนี้รวมถึงข้อตกลงที่ OpenAI จะใช้กำลังการประมวลผลจาก Trainium ประมาณ 2 กิกะวัตต์ผ่านโครงสร้างพื้นฐานของ AWS เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน Stateful Runtime, Frontier และระบบงานขั้นสูงอื่นๆ ใน พ.ศ. 2569 ข้อตกลงนี้ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตระบบอัจฉริยะในวงกว้าง
โครงสร้างข้อตกลงดังกล่าวช่วยให้ OpenAI มั่นใจได้ว่าจะมีกำลังการประมวลผลเพียงพอในระยะยาว ในขณะที่ทำงานร่วมกับ AWS เพื่อใช้งานชิปสั่งทำพิเศษร่วมกับระบบคอมพิวต์อื่นๆ ส่งผลให้ภาคธุรกิจเรียกใช้ระบบ AI อัจฉริยะได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการระบบพื้นฐาน
ความร่วมมือในครั้งนี้รวมถึงการนำชิป Trainium3 และ Trainium4 รุ่นใหม่มาใช้ เพื่อเป็นขุมพลังให้กับการประมวลผล AI ระดับสูงในหลากหลายรูปแบบ Trainium4 ซึ่งมีกำหนดเริ่มส่งมอบใน พ.ศ. 2570 จะช่วยยกระดับสมรรถนะครั้งใหญ่ ทั้งพลังประมวลผล FP4 ที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน แบนด์วิดท์หน่วยความจำที่กว้างขึ้น และความจุหน่วยความจำความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบ AI ที่มีขีดความสามารถสูงขึ้นเรื่อยๆ
OpenAI และ Amazon จะร่วมกันพัฒนาโมเดลเฉพาะทางเพื่อนำมาใช้ในแอปพลิเคชันและบริการต่างๆ ที่ดูแลลูกค้าของ Amazon โดยตรง Amazon เตรียมเปิดทางให้ทีมงานเลือกปรับแต่งโมเดลจาก OpenAI เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์ AI และเอเจนต์ที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง ความสามารถใหม่นี้จะเข้ามาเติมเต็มโมเดลต่างๆ ที่ Amazon เปิดให้เหล่านักพัฒนาใช้งานในปัจจุบัน รวมถึงโมเดลชุด Nova เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา และส่งมอบผลงานในสเกลขนาดใหญ่ได้ดียิ่งขึ้น
“OpenAI กับ Amazon แบ่งปันอุดมการณ์ร่วมกันที่ว่า AI ควรจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันผ่านวิธีที่เรียบง่ายและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานจริงๆ การผสานความสามารถด้าน AI ของ OpenAI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายทั่วโลกของ Amazon ช่วยให้เรานำ AI ขั้นสูงไปใช้กับธุรกิจและผู้ใช้งานในระดับสเกลที่ใช้งานได้จริง”


