การระบุและขยายกรณีการใช้งานของ AI
ผู้ที่เริ่มใช้เทคโนโลยีใหม่ก่อน มุ่งเน้นความพยายามด้าน AI ของตนอย่างไร
In just two years
39%
39% of U.S. adults have already used AI. In comparison, the internet reached just 20% adoption in its first two years.
AI leaders have seen
1.5x
1.5x faster revenue growth, 1.6x higher shareholder returns, and 1.4x better return on invested capital than their less advanced peers.
Yet only
1%
1% of a recent McKinsey survey believed their AI investments had reached full maturity.
ในเวลาเพียง 2 ปี ผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาจำนวนถึง 30% ได้เคยใช้งาน AI แล้ว(เปิดในหน้าต่างใหม่) ในขณะที่อินเทอร์เน็ตมีอัตราการใช้งานเพียง 20% เท่านั้น เมื่อเทียบในกรอบเวลาที่เท่ากัน การเติบโตของ AI ไม่เพียงกำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ เท่านั้น แต่ยังสร้างโอกาสให้กับพนักงานแต่ละคนอีกด้วย AI ช่วยให้ผู้คนมีเวลาไปทำงานที่มีมูลค่าสูงกว่า พัฒนาทักษะของตนให้กว้างขึ้น และมีความก้าวหน้าในอาชีพ
ผลการศึกษาของ BCG พบว่า(เปิดในหน้าต่างใหม่)ในช่วง 3 ปีล่าสุด องค์กรที่เป็นผู้นำด้าน AI สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ได้ไวขึ้น 1.5 เท่า ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.6 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนต่อเงินทุนหมุนเวียนสูงกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันถึง 1.4 เท่า
ข้อมูลจาก McKinsey(เปิดในหน้าต่างใหม่) ระบุว่า บริษัทจำนวนถึง 92% มีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในด้าน AI ทว่าองค์กรจำนวนมากยังขาดทิศทางในการสร้างผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม โดยมีบริษัทเพียง 1% ที่มั่นใจว่าการลงทุนใน AI ของพวกเขานั้นก้าวหน้าจนถึงขีดสุด
เราสังเกตเห็นจากประสบการณ์โดยตรงว่า ปัจจัยใดที่ทำให้โครงการ AI ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น ข้อมูลวิเคราะห์ของเราอ้างอิงจากประสบการณ์การวางระบบที่ประสบความสำเร็จ 300 กรณี การทำแบบสอบถามด้านการปรับตัวเทคโนโลยีมากกว่า 4,000 รายการ และฐานผู้ใช้งานระดับองค์กรกว่า 2 ล้านคน
คู่มือฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรของคุณค้นหาและขยายผลแนวทางการใช้ AI ที่สร้างมูลค่าได้อย่างชัดเจน เราแบ่งกระบวนการออกเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้
การค้นหาโอกาสในการนำ AI มาใช้กับธุรกิจของคุณ ด้วยการทำความเข้าใจว่า AI เก่งเรื่องอะไร
พนักงานให้เข้าใจกรณีการใช้งานเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยให้ทุกฝ่ายค้นพบวิธีประยุกต์ใช้ AI ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การรวบรวมและจัดลำดับความสำคัญของรูปแบบการใช้งานที่จะสร้างอิมแพกต์สูงสุดให้กับธุรกิจของคุณ
คุณจะได้พบกับเรื่องราวความสำเร็จจากลูกค้า รายการตรวจสอบที่นำไปใช้ได้จริง และตัวอย่างกรณีการใช้งานที่เหมาะสมกับแผนกต่างๆ เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของทีมคุณตลอดทั้งเนื้อหา
เราต้องทำความเข้าใจว่าการนำ AI เข้ามาปรับใช้ในองค์กรไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเฟ้นหาแนวทางการใช้งานที่ตอบโจทย์เท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญกว่านั้นอีกมาก หัวข้อที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของคู่มือฉบับนี้ ได้แก่ วิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบเนเน AI เป็นหละก การพัฒนาแนวทางการใช้งานที่สร้างมูลค่าสูงขึ้น และการสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการยอมรับเทคโนโลยีทั่วทั้งบริษัท เราจะนำเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นเหล่านั้นในคู่มือฉบับอื่น แต่สำหรับตอนนี้ เรามาเจาะลึกที่กระบวนการค้นหาแนวทางการใช้งาน AI ที่เหมาะสมสำหรับบริษัทของคุณกันก่อน
“นี่คือช่วงเวลาที่คุณควรจะตักตวงผลประโยชน์ [จาก AI] และหวังว่าคู่แข่งของคุณจะยังแค่คลำทางหรืออยู่ในขั้นทดลองเล่นๆ อยู่”
ควรยึดถือหลักการ 3 ข้อนี้เป็นสำคัญ หลักการเหล่านี้เปรียบเสมือนพื้นฐานสำคัญสำหรับคำแนะนำเชิงปฏิบัติทั้งหมดที่คุณจะได้พบในลำดับต่อไป
AI ควรได้รับการขับเคลื่อนและสนับสนุนโดยผู้นำ
กรณีการใช้งานที่ซับซ้อนอาจดูน่าประทับใจ แต่มักทำให้คุณทำงานช้าลง ในทางกลับกันการเปิดโอกาสให้พนักงานได้ค้นหารูปแบบการใช้งานที่ตอบโจทย์ทั้งตัวพวกเขาเองและองค์กรได้ดีที่สุด มักเป็นหนทางสู่ความสำเร็จที่รวดเร็วกว่า
การส่งเสริมการใช้งานด้วยกิจกรรมแฮ็กกาธอน การจัดเวิร์กช็อปค้นหาแนวทางการใช้งาน และการสร้างเซสชันการเรียนรู้ระหว่างพนักงานด้วยกันเอง เป็นตัวเร่งความสำเร็จที่สำคัญสำหรับลูกค้าของเราหลายราย
มาดูขั้นตอนที่ดีที่สุดในการค้นหากรณีการใช้งานสำหรับทีมของคุณ
ขั้นตอนแรกคือการค้นหาส่วนงานในธุรกิจของคุณที่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ทันทีด้วย AI
แนวทางหนึ่งในการดำเนินการคือการพิจารณาว่า AI สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่เสริมศักยภาพให้แก่พนักงานในองค์กรได้ ผู้ช่วยอัจฉริยะ AI ไม่เคยเหนื่อยล้าหรือเสียสมาธิ พร้อมให้ความช่วยเหลือเสมอทุกเมื่อที่คุณต้องการ และยังสามารถปรับใช้ได้กับงานแทบทุกประเภท พร้อมช่วยเสริมทักษะให้กับพนักงานของคุณ
ในการค้นหาว่าควรนำ AI มาใช้กับเรื่องใดบ้าง ให้มุ่งเน้นไปที่ความท้าทายในการทำงานที่พบบ่อยใน 3 ด้านหลักนี้
งานซ้ำซากที่มีมูลค่าต่ำ
อุปสรรคด้านทักษะ
การจัดการกับความคลุมเครือ
มาดูขั้นตอนที่ดีที่สุดในการค้นหากรณีการใช้งานสำหรับทีมของคุณ
คุณควรระบุเหตุผลเฉพาะเจาะจงที่ AI จะเข้ามามีบทบาทต่ออนาคตขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการก้าวให้ทันคู่แข่ง การตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว การสื่อสาร "เหตุผล" ที่ชัดเจนและใส่ใจจะช่วยสร้างความไว้วางใจให้แก่บุคลากร พร้อมทั้งช่วยให้พวกเขารับรู้ว่าทิศทางใหม่นี้ส่งเสริมงานในหน้าที่และจุดมุ่งหมายส่วนบุคคลได้อย่างไร
“ทุกครั้งที่ฉันทำสิ่งที่รู้สึกว่าไม่อยากทำ ฉันจะถามตัวเองว่า ทำยังไงถึงจะไม่ต้องทำเรื่องนี้ซ้ำอีก”
คุณควรระบุเหตุผลเฉพาะเจาะจงที่ AI จะเข้ามามีบทบาทต่ออนาคตขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการก้าวให้ทันคู่แข่ง การตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว การสื่อสาร "เหตุผล" ที่ชัดเจนและใส่ใจจะช่วยสร้างความไว้วางใจให้แก่บุคลากร พร้อมทั้งช่วยให้พวกเขารับรู้ว่าทิศทางใหม่นี้ส่งเสริมงานในหน้าที่และจุดมุ่งหมายส่วนบุคคลได้อย่างไร
Example
ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของเรานำ AI มาใช้สร้างต้นแบบที่สามารถโต้ตอบกันได้ ทำให้ไม่ต้องรอทีมอื่นมาช่วย
งานที่ใช้ทักษะความรู้มักเกี่ยวข้องกับความคลุมเครือและความท้าทายที่ไม่มีคำตอบตายตัว พนักงานอาจประสบปัญหาในการเริ่มต้นทำงานหรือเผชิญกับอุปสรรคที่ขัดขวางการทำงาน ส่งผลให้โครงการต่างๆ หยุดชะงักลง AI จะเข้ามาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างสรรค์แนวคิด วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอขั้นตอนการดำเนินงานในลำดับถัดไปเมื่อเส้นทางการทำงานยังไม่มีความชัดเจน
พนักงานในทุกบริษัทที่เราได้พูดคุยด้วยต่างกำลังใช้งาน AI เพื่อจุดประกายความคิดและปลดล็อกไอเดียใหม่ๆ พนักงานเหล่านั้นใช้งาน AI เพื่อระดมความคิดในการสร้างสรรค์แคมเปญ ค้นหาข้อมูลเชิงลึกจากข้อมูลดิบอย่างรวดเร็ว วิเคราะห์แนวโน้ม หรือเพียงเพื่อกำหนดขั้นตอนถัดไปในยามที่ยังไม่มีความชัดเจนในการดำเนินงาน
Example
ทีมการตลาดของเราใช้โหมดเสียงใน ChatGPT เพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับไอเดียแคมเปญ ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ และเริ่มต้นทำงานตามบรีฟ
การให้ความสำคัญกับงานลักษณะนี้ช่วยให้คุณเฟ้นหากรณีการใช้งาน AI ที่มีประสิทธิภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทีมสามารถเพิ่มศักยภาพการทำงาน ลดปัญหาคอขวด และขับเคลื่อนนวัตกรรมภายในองค์กรได้อย่างก้าวกระโดด
“เราได้จัดตั้งคณะทำงานด้านระบบอัตโนมัติด้วย AI โดยยึดหลักการชี้นำนี้เป็นแนวทาง เราได้ขอให้สมาชิกทุกคนในทีมการเงินระบุขั้นตอนที่พวกเขาเห็นว่าน่าจะได้รับประโยชน์จาก AI เรานำรายการนั้นมาจัดทำเป็นแผนงานสำหรับโครงการที่เราต้องการสำรวจ”
ขอให้ทีมของคุณลิสต์สถานการณ์และงานที่พวกเขา
ประสบปัญหาในการเริ่มต้นใช้งานหรือพบอุปสรรค
ทุ่มเวลาไปกับงานจุกจิกที่ต้องทำเอง ซึ่งหลายคนอาจไม่เห็นคุณค่าหรือไม่ได้ให้ความสำคัญ ทั้งที่ไม่ใช่งานที่ควรเสียเวลาไปมากนัก
ติดขัดเพราะขาดทักษะบางอย่างจนต้องรอทีมอื่นมาช่วย เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบ เขียนเนื้อหาให้ตรงแบรนด์ หรือพัฒนาเว็บ
นำลิสต์เหล่านี้ไปใช้เพื่อเริ่มมองหาพื้นที่ที่เหมาะสำหรับสร้างกรณีการใช้งานใหม่
สามารถทำขั้นตอนนี้ได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มเวิร์กช็อปหรือแฮกกาธอน เพื่อช่วยให้พนักงานเห็นว่าควรเริ่มจากตรงไหน
หรือใช้พรอมต์นี้เพื่อสอบถาม ChatGPT เกี่ยวกับกรณีการใช้งานที่น่าสนใจ
หลังจากที่คุณจัดทำกรอบแนวทางเพื่อให้ทีมค้นหาช่องทางการใช้ AI แล้ว สิ่งที่ต้องทำในลำดับถัดไปคือการเสริมสร้างทักษะเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน AI ขั้นพื้นฐานในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนในส่วนนี้ เราได้ทำการวิเคราะห์แนวทางการใช้งานมากกว่า 600 เคส ซึ่งรวบรวมข้อมูลมาจากลูกค้าของเรา แนวทางการใช้งานส่วนใหญ่นั้นจัดอยู่ในกลุ่ม "องค์ประกอบพื้นฐาน" 6 ประการ ซึ่งเป็นรูปแบบการใช้งานหลักที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกแผนกและทุกสาขาวิชา

องค์ประกอบพื้นฐานเหล่านี้เป็นวิธีที่รวดเร็วในการช่วยให้พนักงานของคุณค้นหาแนวทางการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับธุรกิจของคุณ องค์ประกอบพื้นฐานแต่ละประการเป็นตัวแทนของแนวทางการใช้งานจำนวนหลายร้อยรูปแบบที่เราพบเห็นจากหลากหลายอุตสาหกรรม บทบาทหน้าที่ และกระบวนการทำงาน ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นเส้นทางลัดไปสู่การสร้างมูลค่าที่สามารถขยายผลได้ในวงกว้าง
มาเจาะลึกในรายละเอียดของแต่ละรูปแบบพื้นฐาน โดยเริ่มจากด้านการสร้างคอนเทนต์เป็นอันดับแรก
AI มีศักยภาพในการสนับสนุนงานด้านคอนเทนต์ของทุกแผนก ไม่ว่าจะเป็นการสรุปเนื้อหาจากการพูดคุยกับลูกค้า การจัดทำร่างเอกสารแผนงาน บล็อกโพสต์ เว็บเพจ รวมถึงการสร้างภาพกราฟิกและภาพนำเสนอข้อมูล เราเห็นทีมต่าง ๆ ใช้ AI เพื่อแก้ไขและเกลางานของตน ก่อนนำมาใช้เป็นผู้ช่วยพิสูจน์อักษรในนาทีสุดท้าย
AI มีความสามารถในการปรับแต่งงานเขียนให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์องค์กรและโทนเสียงที่กำหนด พร้อมทั้งจัดรูปแบบเอกสารตามมาตรฐานที่คุณต้องการ และทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้คำแนะนำในการปรับปรุงงานเขียนได้อีกด้วย จากนั้นสามารถแปลงานของคุณเป็นภาษาต่างๆ หรือปรับใช้ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ช่องทาง หรือโปรแกรมที่แตกต่างกันได้
ในการสร้างงานเขียน AI สามารถนำบริบททั้งหมดของการสนทนามาประกอบการพิจารณา หรือวิเคราะห์ชุดเอกสารที่อัปโหลด เพื่อกำหนดทิศทางของเนื้อหาที่นำเสนอออกมา ตัวอย่างเช่น คุณสามารถอัปโหลดคู่มือมาตรฐานการเขียน หรือใช้บทความยอดนิยม 5 อันดับแรก เพื่อกำหนดให้ ChatGPT สร้างคู่มือการเขียนเชิงลึกโดยยึดตามรูปแบบของตัวอย่างดังกล่าว
การตลาด | สร้างกลยุทธ์สำหรับแคมเปญ พาดหัว หรือแคมเปญอีเมล สร้างโครงร่างเนื้อหาและร่างแรก ปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายหรือช่องทางที่แตกต่างกัน |
ทีมการเงิน | ร่างเอกสารนโยบายและบันทึกทางการบัญชีเชิงเทคนิคเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ |
ทีมผลิตภัณฑ์ | จัดทำเอกสารข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ สร้างคำอธิบายผลิตภัณฑ์ โน้ตประกาศอัปเดต การสื่อสารสำหรับการเปิดตัว และ คู่มือผู้ใช้ |
ทีมขาย | สร้างแผนงานสำหรับลูกค้า สคริปต์สำหรับการโทร และอีเมลติดตามผล |
Promega ขยายขอบเขตการสื่อสารสู่ตลาดและกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย
Promega บริษัทชั้นนำด้านชีววิทยาศาสตร์ สามารถประหยัดเวลาได้ถึง 135 ชั่วโมงในช่วง 6 เดือนแรก จากการใช้ ChatGPT Enterprise ช่วยร่างเนื้อหาแคมเปญอีเมล นอกจากนี้ ทีมงานยังนำ AI มาช่วยเปลี่ยนเอกสารข้อมูลให้เป็นบรีฟแคมเปญ พร้อมทั้งปรับแต่งเนื้อหาให้กลายเป็นโฆษณาบนช่องทางการตลาดต่างๆ ได้ทันที

“เวลาที่ประหยัดได้จากการต้องมานั่งปรับกลยุทธ์อีเมลให้ตรงกัน สามารถนำไปใช้สร้างเนื้อหาที่ทำให้อีเมลมีคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีขึ้น จำไม่ได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่เขียนอีเมลการตลาดโดยไม่ใช้ GPT นี้คือเมื่อไหร่”
AI ถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับการวิจัยในหลากหลายอุตสาหกรรม เริ่มตั้งแต่การเรียนรู้แนวคิดใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว (เช่น การนำ AI มาใช้ในองค์กร หรือกระบวนการคิดเชิงออกแบบ) ไปจนถึงการสืบค้นบทความที่เกี่ยวข้องหรือข้อมูลคู่แข่งขันบนเว็บไซต์ ตลอดจนการทำโครงการวิจัยหลายขั้นตอนที่มีความครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อค้นหาบทความ ข้อมูลเชิงสถิติ และข้อมูลเชิงลึกจากอินเทอร์เน็ต เรายังเห็นทีมต่างๆ อัปโหลดเอกสารภายในที่มีความยาว เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกอย่างรวดเร็วเช่นกัน
จุดเด่นสำคัญของการนำ AI มาช่วยในการค้นคว้า คือความสามารถในการกำหนดฟอร์แมตและโครงสร้างการนำเสนอรายงานการวิเคราะห์ได้ตามต้องการ เช่น การสรุปข้อมูลในรูปแบบตาราง การใช้หัวข้อสำคัญ การจัดหมวดหมู่เนื้อหา หรือการอ้างอิงข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบ
ความละเอียดรอบคอบและความสามารถในการปฏิบัติตามคำสั่งของ AI ส่งผลให้เทคโนโลยีนี้เป็นผู้ช่วยด้านการวิจัยที่มีประสิทธิภาพสูง
การขายและการตลาด | สำรวจอุตสาหกรรมใหม่ๆ ทำความเข้าใจคู่แข่งให้ดียิ่งขึ้น และศึกษากลุ่มเป้าหมายใหม่ |
การเงิน | ค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป้าหมายในการควบรวมและซื้อกิจการ หรือบทความและคำแนะนำเกี่ยวกับมาตรฐานการบัญชี |
ผลิตภัณฑ์ | ประเมินขนาดตลาดใหม่ วิจัยคู่แข่ง ระบุแนวโน้ม และวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ใช้ |
ทีมขาย | ค้นหาเว็บไซต์เพื่อหาผู้จำหน่ายรายใหม่และประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์ของพวกเขา |
วิศวกรรมซอฟต์แวร์ | ตรวจสอบ API Endpoint และเอกสารประกอบภายนอก |
Introducing Deep Research
การวิจัยเชิงลึกเป็นความสามารถแบบเอเจนต์ใหม่ใน ChatGPThatGPT ที่ดำเนินการค้นคว้าหลายขั้นตอนบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างอิสระ เพียงป้อนพรอมต์ แล้ว ChatGPT จะค้นหา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลออนไลน์นับร้อยแห่ง เพื่อสร้างรายงานที่ครอบคลุมในระดับนักวิเคราะห์วิจัย ดูข้อมูลเพิ่มเติม
วิศวกรซอฟต์แวร์จำนวนมากเป็นผู้ใช้ AI ระดับสูง มีการนำ AI มาใช้ในกระบวนการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ การจัดทำร่างโค้ดเบื้องต้นสำหรับภาษาคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ การแปลงโค้ดข้ามแพลตฟอร์มภาษา รวมถึงการใช้ AI เป็นคู่คิดในการตรวจสอบความถูกต้องของตรรกะ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ขีดความสามารถของ AI ในด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการเขียนโปรแกรมในหลากหลายภาษามีการพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และในปัจจุบันเครื่องมือจำนวนมากยังมีการแสดงผลลัพธ์ของรหัสต้นฉบับแบบเรียลไทม์อีกด้วย
เรายังสังเกตเห็นแนวโน้มที่กลุ่มผู้ปฏิบัติงานสายงานอื่นซึ่งไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ เริ่มนำ AI มาเป็นผู้ช่วยในการพัฒนาทักษะและการเขียนโค้ดเพิ่มมากขึ้น นักการตลาดและทีมการเงินสามารถใช้ภาษาพูดทั่วไปสั่งการให้ AI ช่วยเขียนสคริปต์ Python เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน สร้างคำสั่งดึงข้อมูล SQL หรือสร้างภาพประกอบข้อมูลผ่านการเขียนโค้ดหน้าเว็บเพื่อใช้ในงานนำเสนอภายในองค์กรได้ด้วยตนเอง
วิศวกรซอฟต์แวร์ | ดีบักหรือตรวจสอบโค้ดด้วยวิธี Rubber Duck, พอร์ตโค้ดไปยังภาษาอื่น และสืบค้นข้อมูลจุดเชื่อมต่อ API |
การตลาด | สร้างกราฟแบบตอบโต้ได้และการแสดงผลข้อมูลเพื่อแชร์กับทีมเว็บและดีไซน์ หรือเขียน SQL สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล |
การเงิน | สร้างสคริปต์ Python มาช่วยเปลี่ยนกระบวนการปิดบัญชีประจำเดือนบางส่วนให้ทำงานได้โดยอัตโนมัติ |
ผลิตภัณฑ์ | สร้างต้นแบบแบบโต้ตอบได้ เพื่อช่วยต่อยอดไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว |
Tinder เพิ่มสปีดในการเขียนโค้ด
ทีมวิศวกรของ Tinder ใช้ ChatGPT เพื่อช่วยสร้างโค้ดฉบับร่างแรกเมื่อทำงานกับภาษาไม่คุ้นเคย เช่นสคริปต์ Bash ที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง ChatGPT ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเขียนโค้ด โดยช่วยให้อ้างอิงและค้นหาเอกสารประกอบ API ภายนอก รวมถึงแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการตัดสินใจด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบได้ง่ายขึ้น

“ก่อนหน้านี้มีงานใน Jira ที่มักถูกลดความสำคัญลง เพราะรู้สึกว่าเป็นงานที่น่าเบื่อ เดี๋ยวนี้ผมลงมือทำงานพวกนั้นเอง เพราะรู้ว่าพอมี ChatGPT คอยช่วยแล้วจะจัดการได้ง่ายกว่าเดิม”
AI ช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระบุข้อมูลเชิงลึกและแนวโน้ม ตลอดจนทำงานกับข้อมูลในสเปรดชีตที่มีความซับซ้อนได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะขั้นสูงในด้าน Excel, SQL หรือ Python
คุณสามารถส่งไฟล์สเปรดชีตหลายไฟล์หรือภาพสกรีนช็อตของแดชบอร์ดให้ AI ช่วยประมวลผลเพื่อให้ได้บทวิเคราะห์ที่รวดเร็ว สามารถตีความข้อมูลในสเปรดชีต ทำความเข้าใจแผนภูมิภาพ และช่วยจัดรูปแบบผลลัพธ์ของคุณสำหรับการรายงานได้ คุณยังสามารถระบุได้ว่าต้องการให้จัดโครงสร้างผลลัพธ์อย่างไร เช่น ประเภทแผนภูมิที่ต้องการ รูปแบบการสรุป หรือตรรกะในการเปรียบเทียบ
การตลาด | อัปโหลดข้อมูลการเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์เพื่อนำมาสร้างภาพข้อมูลประกอบการอธิบายได้อย่างรวดเร็ว สรุปแนวโน้มสำคัญจากภาพหน้าจอแดชบอร์ด |
ผลิตภัณฑ์ | วิเคราะห์เทรนด์ ความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย หรือ อัปโหลดข้อมูล CRM เกี่ยวกับคำขอฟีเจอร์ เพื่อค้นหาโอกาสใหม่ๆ |
ฝ่ายขาย | ตรวจสอบรายชื่อบัญชีลูกค้าของคุณเพื่อค้นหาบัญชีกลุ่มเป้าหมายที่แข็งแกร่งที่สุด แปลงข้อมูลลูกค้าเป้าหมายให้เป็นบัญชีลูกค้า พร้อมให้คะแนนจากสัญญาณความสนใจซื้อ |
การเงิน | ตรวจสอบข้อมูลค่าใช้จ่ายแบบรวดเร็วเพื่อหาเทรนด์ หรือรวมข้อมูลจากหลายสเปรดชีตและฐานข้อมูลให้เป็นรูปแบบเดียวกัน |
Poshmark มีเวลามากขึ้นสำหรับการวิเคราะห์เชิงลึกและการวางกลยุทธ์
Poshmark ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าแฟชัน ได้ใช้ ChatGPT สร้างโค้ดภาษา Python เพื่อเปรียบเทียบและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในสเปรดชีตหลายล้านแถว สำหรับใช้วิเคราะห์ผลการดำเนินธุรกิจของบริษัท พวกเขายังใช้ AI ผลิตรายงานสรุปผลงานและบันทึกการบัญชีรายสัปดาห์เสนอต่อผู้บริหาร ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานแบบเดิมและประหยัดเวลาได้หลายชั่วโมงต่อสัปดาห์

“เราลดภาระงานที่ต้องทำเองทีละขั้นตอนได้มาก ทำให้งานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น สื่อสารได้ดีขึ้น และมองเห็นข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น ผมเห็นว่างานของทุกคนพัฒนาได้ดีกว่าเดิม”
แนวทางการใช้งานด้านการสร้างสรรค์แนวคิดและกลยุทธ์ได้รับความนิยมในทุกภาคส่วน ตั้งแต่การระดมสมองเพื่อสร้างบทความใหม่ การช่วยกำหนดโครงสร้างเอกสาร การวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาด้านกลยุทธ์ ไปจนถึงการให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเนื้องานโดยอ้างอิงจากเป้าหมายหลักหรือความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เนื่องจากโมเดล AI มีความสามารถในการประมวลผลหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เราจึงพบว่าหลายทีมเริ่มมีการใช้เสียงและภาพในการสื่อสารกับ AI ในลักษณะเดียวกับการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน
และเมื่อโมเดลต่างๆ มีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาที่มีความซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น เราจึงพบว่าหลายทีมเริ่มมีการจัดทำแผนกลยุทธ์ร่วมกับ AI โดยมีการนำข้อมูล เป้าหมาย บริบท ข้อจำกัด และปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกันมาพิจารณาอย่างครบถ้วน
การตลาด | ระดมความคิดเกี่ยวกับไอเดียแคมเปญจากโอกาสใหม่ๆ อัปโหลดบรีฟการตลาดของคุณ แล้วถามว่ามีอะไรขาดไปบ้าง ขอให้มีการเสนอแผนกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ |
ผลิตภัณฑ์ | จัดทำแผนการขยายตลาดสำหรับภูมิภาคใหม่ โดยคำนึงถึงคู่แข่งในท้องถิ่น ความเสี่ยง โอกาสทางธุรกิจ และความต้องการด้านทรัพยากร |
ฝ่ายขาย | วางแผนการเปิดตัวโดยคำนึงถึงปัจจัยที่ต้องพึ่งพากันและความเสี่ยงทั้งหมด อัปโหลด PRD ของคุณและระบุจุดที่อาจเป็นจุดอ่อนก่อนการตรวจสอบของผู้บริหาร |
การเงิน | ฝึกฝนทักษะการนำเสนอหรือการค้นหาของคุณด้วยโหมดเสียง |
Match Group จำลองการวิจัยกลุ่มตัวอย่างด้วย AI
Match Group ผู้นำระดับโลกด้านแอปหาคู่ออนไลน์ กำลังทดลองใช้ความสามารถแบบมัลติโมดัลของ GPT‑4 เพื่อจำลองการวิจัยกลุ่มผู้บริโภคสำหรับการทดสอบประสบการณ์ใช้งานผลิตภัณฑ์ ด้วยการอัปโหลดไวร์เฟรมแล้วบอกให้ ChatGPT จำลองคาแรคเตอร์ผู้ใช้เฉพาะกลุ่ม นักออกแบบจะสามารถป้อนคำถาม จากนั้นจึงตั้งคำถามและขอให้ "ผู้ใช้" ลองใช้งานอินเทอร์เฟซเพื่อแสดงความคิดเห็นได้ ผลลัพธ์คือเกิดไอเดียใหม่ๆ สำหรับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ โดยไม่ต้องเสียต้นทุนและเวลาเพิ่มเติม

กรณีการใช้งานส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การสร้างกระบวนการอัตโนมัติสำหรับขั้นตอนต่างๆ ของงาน เราพบว่าลูกค้ามีการระบุงานประจำที่ทำซ้ำได้และออกแบบวิธีการส่งต่องานเหล่านั้นให้ AI จัดการแทน ซึ่งการใช้ระบบอัตโนมัตินี้ครอบคลุมตั้งแต่การทำสรุปข้อมูลคู่แข่งรายสัปดาห์ ไปจนถึงงานที่ซับซ้อนอย่างการร่างรายงานการเงินสำหรับประชุมผู้บริหารประจำสัปดาห์ เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความถูกต้องในขั้นตอนสุดท้าย
หน่วยความจำและคำสั่งที่กำหนดเองเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้กระบวนการเหล่านี้เป็นอัตโนมัติ GPTs แบบปรับแต่งได้ เป็นเครื่องมือสำหรับการแบ่งปันสิ่งที่สร้างขึ้นเหล่านั้นร่วมกัน การจัดทำชุดคำสั่งมาตรฐาน การอัปโหลดเอกสารชุดเดียวกัน และการกำหนดรูปแบบผลลัพธ์ที่เหมือนกันในทุกครั้ง ช่วยให้ทีมงานสามารถถ่ายโอนภาระงานที่มีมูลค่าต่ำให้ AI ดำเนินการแทนได้
ปัจจุบันงานอัตโนมัติเหล่านี้ยังคงแยกเป็นส่วนๆ แต่ด้วยนวัตกรรมอย่างการวิจัยเชิงลึกและ Operator เรากำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่ AI สามารถจัดการโครงการที่มีความซับซ้อนหลายขั้นตอนได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตามตามกำหนดเวลา
การตลาด | สร้างรายงานมาตรฐานและภาพประกอบข้อมูลสำหรับการสรุปผลการสัมมนาออนไลน์อย่างรวดเร็ว หรือสร้างสรุปการอัปเดตสำหรับ Slack จากบันทึกการประชุมหรือข้อความถอดเสียง |
ผลิตภัณฑ์ | สร้างเครื่องมือสรุปอัปเดตการเปิดตัว หรือสรุปและแชร์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้ารายสัปดาห์ เปลี่ยนบันทึกการประชุมให้เป็นโพสต์บน Slack สำหรับผู้บริหารที่สรุปสิ่งที่ต้องทำและขั้นตอนต่อไป |
การเงิน | เปลี่ยนข้อมูลทางการเงินรายสัปดาห์ให้เป็นภาพรวมสำหรับผู้บริหาร พร้อมการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องให้ความสนใจ |
ฝ่ายไอที | อัปโหลดภาพหน้าจอโครงสร้างสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ของคุณ เพื่อสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับความเกี่ยวเนื่องหลักของระบบ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และโอกาสในการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น |
BBVA นำระบบอัตโนมัติมาใช้ในบางส่วนของกระบวนการวิเคราะห์สินเชื่อ
Credit Analysis Pro GPT ของ BBVA ช่วยให้นักวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสินเชื่อประเมินข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยการดึงข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น รายงานประจำปี การประเมินด้าน ESG และข่าวจากหน้าสื่อต่างๆ

สอนทีมของคุณเกี่ยวกับพื้นฐานของแต่ละองค์ประกอบ และยกตัวอย่างสำหรับแต่ละแผนก
จากนั้นเริ่มระดมไอเดียสำหรับเคสการใช้งานใหม่ๆ จัดแฮกกาธอน หรือการแข่งขันระดับทั้งบริษัทเพื่อดูว่าใครจะหาเคสที่สร้างผลกระทบได้มากที่สุด
ศึกษากรอบแนวคิดจากกิจกรรม Use Case Olympics ของ Bain เพื่อใช้เป็นต้นแบบ
ตั้งค่าสเปรดชีตหรือช่อง Slack เพื่อรวบรวมกรณีการใช้งานทั้งหมดที่ทีมของคุณเสนอมา
ห้องปฏิบัติการ GPT ของ Estée Lauder เริ่มต้นด้วยการดึงคนจากหลายแผนกมาช่วยกัน ทั้งคนทำงานจริง ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ และทีมเทคนิค เพื่อช่วยกันมองหาโอกาสและพัฒนาโปรเจกต์ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับองค์กร กระบวนการของพวกเขาเรียบง่ายและสามารถทำซ้ำได้
ออกแบบ: ผู้ใช้ฝั่งธุรกิจกำหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต และกลุ่มเป้าหมายในบรีฟความยาวสองหน้า
เตรียมพร้อม: SME รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดกรณีการใช้งานตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด
สร้างและทดสอบ: หัวหน้าฝ่ายเทคนิคจะสร้าง GPT เชื่อมต่อชุดข้อมูล และทดสอบ GPT ในด้านความแม่นยำและความสอดคล้อง
เปิดตัว: ทั้งทีมช่วยกันเปิดใช้งาน GPT และจัดทำคู่มือสำหรับผู้ใช้
ปรับทิศทางและต่อยอด: ทั้งทีมใช้วงจรข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาและปรับให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่องโดยดูจากผลการทำงานของ GPT
“เรากำลังทบทวนทุกขั้นตอนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมาย งานวิจัย งานผลิต หรือการค้า เพื่อหาแนวทางในการนำ AI เข้ามาปฏิรูปโครงสร้างการทำงานใหม่ทั้งหมด”
คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Estée Lauder GPT Lab ได้ที่นี่
เมื่อทีมต่างๆ เข้าใจกรณีการใช้งานหลักและเริ่มระบุปัญหาที่ต้องแก้ไขแล้ว กรณีการใช้งานก็มักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากนั้นความท้าทายจะเปลี่ยนจากการค้นหาไปสู่การจัดลำดับความสำคัญ คุณสามารถขยายผลกรณีการใช้งานใดให้ส่งผลกระทบต่อพนักงานทุกคนได้บ้าง ข้อไหนมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะช่วยประหยัดต้นทุนได้ในตอนนี้ ข้อไหนที่อาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่หรือแหล่งรายได้ใหม่ได้บ้าง
ทีมบริหารความสำเร็จของลูกค้าของเราใช้กรอบแนวคิดการวิเคราะห์ผลกระทบและความพยายามในการดำเนินงาน เพื่อช่วยให้กลุ่มลูกค้าองค์กรสามารถจัดลำดับความสำคัญของแนวทางการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแผนภูมิสี่ส่วนแบบเรียบง่ายที่ใช้ประเมินคะแนนของแต่ละแนวทางการใช้งาน โดยพิจารณาจากมูลค่าที่บริษัทจะได้รับเปรียบเทียบกับระดับความพยายามที่ต้องใช้ในการดำเนินการ
มุ่งเน้น ROI สูง | ชัยชนะเล็กๆ ที่เห็นผลไว ซึ่งสร้างผลกระทบได้มากแต่ใช้แรงน้อย มักเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการสร้างแรงผลักดัน |
ระบบใช้งานเองได้ | โปรเจกต์ที่ใช้ความพยายามต่ำที่สุด ซึ่งผู้ใช้คนเดียวสามารถสร้างขึ้นเองเพื่อใช้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในงานใดงานหนึ่งได้ โซลูชันจำนวนมากเริ่มต้นจากการใช้งานส่วนบุคคล แต่บ่อยครั้งกลับกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในทีมต่างๆ |
คุณค่าสูงและใช้ความพยายามสูง | มักเป็นนวัตกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงสูง (เช่น Dose GPT ของ Moderna หรือผู้ช่วย AI ของ Klarna) แต่โดยทั่วไปต้องใช้เวลา การออกแบบ และทรัพยากรมากในการสร้าง เพิ่มความมั่นใจและกำลังใจของทีม เพราะการได้รับชัยชนะเล็กๆ บ่อยๆ ทำให้รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้จริงและพวกเขาทำได้ |
งานที่ลงแรงมากแต่ให้ผลลัพธ์น้อย | งานเหล่านี้สามารถเลื่อนไว้ก่อนได้โดยไม่เป็นปัญหา แต่ผลิตภัณฑ์และความสามารถใหม่ ๆ อาจทำให้การสร้างและปรับใช้ระบบเหล่านี้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรเปิดใจที่จะโปรโมตสิ่งเหล่านั้นด้วย |

ขอบคุณ Jeret Shuck จาก Softbank ที่ได้แสดงให้เราเห็นว่าเขานำเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ไปใช้ได้อย่างไร
62%
คุณค่าของ AI อยู่ที่หน้าที่หลักทางธุรกิจ
การประเมินและจัดลำดับความสำคัญของโอกาสในการใช้ AI ด้วยวิธีนี้ จะช่วยเร่งให้เกิดความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สร้างความน่าสนใจและดึงดูดการลงทุนเพิ่มเติมได้
เผยแพร่กรอบการจัดลำดับความสำคัญให้รับรู้ทั่วทั้งองค์กร พร้อมส่งเสริมให้พนักงานนำไปใช้ในการประชุมทีมเพื่อค้นหาไอเดียที่ดีที่สุด
สำหรับงานที่มีมูลค่าสูงแต่ต้องใช้ความพยายยามมาก ให้พิจารณาใช้ GPT แบบปรับแต่งเองในการวางแผนขอบเขตงานที่ต้องทำ
ให้ผู้นำของคุณสนับสนุนกรณีการใช้งานที่ส่งผลกระทบต่อทั้งแผนก การสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงเป็นปัจจัยสำคัญของการนำ AI ไปใช้งานให้ประสบความสำเร็จ
ทบทวนการให้คะแนนนี้ใหม่ทุกไตรมาส เพราะงานที่ต้องใช้ความพยายามสูงในวันนี้ อาจกลายเป็นงานที่ใช้ความพยายยบามน้อยลงเมื่อความสามารถของ AI พัฒนาขึ้น
ทีมส่วนใหญ่มักเริ่มต้นด้วยการใช้ AI กับงานเฉพาะด้าน เช่น แก้ไขบล็อกโพสต์ สร้างบรีฟแคมเปญ หรือร่างนโยบาย การทำความเข้าใจบทบาทของ AI จะมีประสิทธิภาพมากกว่าหากมองผ่านมุมมองของเนื้องานที่เป็นสัดส่วน
อย่างไรก็ตามเมื่อเราสังเกตกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความเชี่ยวชาญนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทุกกิจกรรมการทำงาน เรามักพบว่าบุคคลเหล่านี้สามารถค้นพบแนวทางการใช้งานที่ครอบคลุมขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนและต่อเนื่องกันได้
ใช้การวิจัยเชิงลึกเพื่อสำรวจแนวโน้มของตลาด
วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อประเมินโอกาส
ระดมความคิดเกี่ยวกับกลยุทธ์การเปิดตัวโดยใช้โหมดเสียง
สร้างข้อความ สื่อสำหรับแคมเปญ และคำแปล
หากคุณช่วยให้ทีมมองว่า AI เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้น จะช่วยเตรียมความพร้อมให้พวกเขาสำหรับอนาคตที่ AI เอเจนต์สามารถทำโปรเจกต์ทั้งงานแทนได้
An example:
Using AI across a Marketing workflow
ใช้การวิจัยเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มและโอกาสทางการตลาด
ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประเมินขนาดของกลุ่มเป้าหมายและโอกาส
ระดมความคิด เกี่ยวกับกลยุทธ์แคมเปญและการจัดทำเบรีฟ
การสร้างคอนเทนต์ เพื่อช่วยร่างข้อความหลักและข้อความสำคัญ
ใช้ระบบอัตโนมัติช่วยจัดการการแปลเนื้อหาและการปรับให้เหมาะกับแต่ละช่องทาง
ส่งเสริมให้กลุ่มผู้ใช้งานระดับสูงลองแยกย่อยงานออกเป็นส่วนๆ ค้นหาแกนหลักของงานในแต่ละส่วน และเขียนลำดับขั้นตอนการทำงานออกมาให้เห็นภาพชัดที่สุด
AI แตกต่างจากซอฟต์แวร์ทั่วไปและแอปพลิเคชันคลาวด์ การจะเรียนรู้วิธีดึงศักยภาพของมันออกมาใช้ประโยชน์ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ แต่ประสบการณ์ที่ทำงานกับลูกค้าทำให้เราเห็นเลยว่า ผู้คนจากทุกสาขาอาชีพสามารถปรับวิธีคิดนี้ได้ไวมาก และเริ่มจับจุดได้ว่าจะนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในงานของตัวเองได้อย่างไร
จุดเริ่มต้นของกระบวนการนี้คือการพาองค์กรของคุณทำตาม ขั้นตอนสำคัญต่อไปนี้
ทำความเข้าใจว่า AI สร้างคุณค่าให้ธุรกิจตรงไหน
ระบุส่วนงานที่สามารถนำ AI มาใช้แล้วเห็นผลได้ทันทีสอนการใช้งานพื้นฐานให้พนักงานของคุณ
ช่วยให้ทีมต่างๆ สำรวจการใช้งานพื้นฐาน และเริ่มสร้างการใช้งานของตนเองจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะขยายผล
มุ่งเน้นโอกาสที่มีผลกระทบสูงแต่ใช้ความพยายามต่ำ โดยใช้กรอบการวิเคราะห์ผลกระทบและความพยายามในการดำเนินงาน
ยิ่งผู้คนทำงานร่วมกับ AI เพื่อปรับโครงสร้างงานและเวิร์กโฟลว์ใหม่มากเท่าไร ก็ยิ่งค้นพบโอกาสได้มากขึ้นเท่านั้น
เราหวังว่าคู่มือนี้จะช่วยให้ทีมของคุณเห็นภาพชัดขึ้นว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เราพร้อมสนับสนุนทุกก้าวของคุณ ตั้งแต่ช่วงที่ยังเป็นไอเดียจนถึงวันที่เห็นผลลัพธ์จริง
“เรากำลังทบทวนทุกขั้นตอนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมาย งานวิจัย งานผลิต หรือการค้า เพื่อหาแนวทางในการนำ AI เข้ามาปฏิรูปโครงสร้างการทำงานใหม่ทั้งหมด”


