ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
OpenAI

22 กันยายน 2568

SchoolAI สร้างแพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยเสริมศักยภาพให้ครู

ความสามารถของ GPT‑4.1 ในการสร้างรูปภาพ และเทคโนโลยีแปลงข้อความเป็นเสียง ทำให้ SchoolAI สามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ปลอดภัยและตรวจสอบได้ให้แก่ห้องเรียน 1 ล้านแห่งใน และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

คำว่า “schoolai” เขียนด้วยตัวพิมพ์เล็กสีขาว วางไว้ตรงกลางพื้นหลังที่มีผิวสัมผัสหลากสีสัน พร้อมไล่เฉดสีน้ำโทนสีเหลือง ส้ม ชมพู และพีช
ขนาดบริษัท: สตาร์ทอัพ
ภูมิภาค: อเมริกาเหนือ
อุตสาหกรรม: เทคโนโลยี, การศึกษา
ผลิตภัณฑ์: API

ผลลัพธ์

1 million

เครือข่ายห้องเรียนที่ครอบคลุมไปมากกว่า 80 ประเทศ

ผลลัพธ์

500

พันธมิตรด้านการศึกษาที่นำ SchoolAI ไปประยุกต์ใช้

ผลลัพธ์

10+

ชั่วโมงที่ประหยัดได้ต่อสัปดาห์สำหรับครู

กำลังโหลด…

ในปี2556 Caleb Hicks ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SchoolAI รับหน้าที่สอนนักเรียนเกือบ 300 คนต่อวัน เขารู้จักนักเรียนกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนที่สุดอย่างละ 20 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างดี แต่นักเรียนอีก 80 เปอร์เซ็นต์ที่อยู่ตรงกลางมักจะถูกละเลยไปโดยไม่ตั้งใจ จุดบอดนั้นคอยกวนใจเขาอยู่ตลอด ท่ามกลางจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นและงบประมาณที่ลดลง ครูเช่นเขาย่อมรับภาระดูแลความต้องการของนักเรียนทั้งหมดไม่ไหว

เมื่อมีการเปิดตัว ChatGPT ในปี 2565 เทคโนโลยี AI ก็เริ่มก้าวเข้าสู่ห้องเรียนอย่างเป็นทางการ แม้ว่าครูผู้สอนบางส่วนจะถกเถียงเรื่องการสั่งห้ามใช้เครื่องมือ AI อย่างเด็ดขาดเพราะกังวลเรื่องการทุจริตและความปลอดภัย แต่ Hicks กลับมองเห็นหนทางที่แตกต่างออกไป ด้วยประสบการณ์ด้านการออกแบบการสอนที่ Apple ทำให้ Hicks เชื่อมั่นว่าการออกแบบระบบอย่างรอบคอบและการควบคุมดูแลที่ดี จะช่วยให้ AI ส่งเสริมการเรียนรู้เฉพาะบุคคลของนักเรียน พร้อมมอบเครื่องมือและข้อมูลเชิงลึกให้ครูสอนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เขาเปิดตัว SchoolAI ในปี 2566 แพลตฟอร์มนี้ส่งสัญญาณความคืบหน้าของนักเรียนให้ครูทราบแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งมอบความช่วยเหลือที่ตรงจุดตามความต้องการของนักเรียนแต่ละคน

ภายในเวลาเพียง 2 ปี SchoolAI สามารถขยายฐานผู้ใช้ไปสู่ 1 ล้านห้องเรียนในกว่า 80 ประเทศ และผสานความร่วมมือกับพันธมิตรทางการศึกษามากกว่า 500 แห่ง SchoolAI พัฒนาขึ้นบนฐานโมเดลของ OpenAI เพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้กลายเป็นเครื่องมือที่พร้อมใช้งานในห้องเรียน

“เราทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้มั่นใจว่า AI จะไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ทำทุกอย่างแทนคน ถ้า AI เอาแต่บอกคำตอบให้นักเรียนไปง่ายๆ ก็ถือว่าเราล้มเหลว เพราะหัวใจสำคัญของการสอน คือการชี้แนะและทำให้ผู้เรียนจดจ่ออยู่กับการเรียนรู้”
Nate Sanders ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสบการณ์ SchoolAI

ผลลัพธ์โดยสรุป

  • ขยายการใช้งานจนครอบคลุม 1 ล้านห้องเรียนในกว่า 80 ประเทศ
  • เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านการศึกษากว่า 500 แห่ง
  • ครูรายงานว่าประหยัดเวลาได้มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียนและการแทรกแซงตั้งแต่เนิ่นๆ

สร้างความไว้วางใจโดยมีครูอยู่ในกระบวนการ

สถาปัตยกรรมเอเจนต์ของ SchoolAI ถอดแบบมาจากห้องเรียนจริง โดยครูสามารถสร้าง Spaces หรือสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบโต้ตอบผ่าน Dot ซึ่งเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ

หากครูพิมพ์ว่า ‘สร้างกิจกรรมการอ่านที่ปรับให้เหมาะกับนักเรียนสามระดับที่แตกต่างกัน’ Dot จะจัดทำบทเรียนที่พร้อมใช้งานได้ภายในไม่กี่วินาที ครูยังสามารถเพิ่มแอปแบบโต้ตอบให้นักเรียนใช้สร้าง เล่น และเรียนรู้ตามเป้าหมายของบทเรียนได้

นักเรียนเรียนบทเรียนเหล่านี้ผ่าน Sidekick ซึ่งเป็นติวเตอร์ AI ที่สร้างขึ้นบน GPT‑4o และ GPT‑4.1 Sidekick ปรับตัวให้เข้ากับวิธีการเรียนรู้ของนักเรียน พร้อมให้คำแนะนำ กำหนดจังหวะการเรียน และให้กำลังใจตามการตอบกลับของพวกเขา

ในขณะที่นักเรียนทำงาน ครูก็รับรู้อยู่ตลอด ทุกการโต้ตอบบน SchoolAI ช่วยให้ครูมองเห็นภาพรวมและเข้าใจความต้องการของนักเรียนได้ทันที ก่อนที่ปัญหาเล็กๆ จะบานปลายกลายเป็นช่องว่างที่ใหญ่ขึ้น มาตรการป้องกันในตัวช่วยให้การใช้งาน SchoolAI ยังคงปลอดภัย โปร่งใส และสอดคล้องกับเป้าหมายของห้องเรียน

นักเรียนคนหนึ่งซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงสหรัฐฯ และพูดได้เพียงภาษาดารี ใช้ Sidekick ช่วยแปลภาษาแบบเรียลไทม์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ เขาเริ่มมีส่วนร่วมในการทำงานกลุ่ม สร้างมิตรภาพใหม่ๆ และเริ่มรู้สึกว่าตัวเองได้เป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน การมีส่วนร่วมอย่างมั่นใจตั้งแต่เนิ่นๆ ในลักษณะนั้น ช่วยวางรากฐานสู่ความสำเร็จในระยะยาว

การจับคู่โมเดลกับงานที่เกิดขึ้นจริง

คำถามที่แท้จริงสำหรับครูไม่ใช่ความสามารถของ AI แต่คือจะนำ AI มาใช้เพื่อช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ได้อย่างไร ไม่ใช่แค่ให้คำตอบเท่านั้น

“ถ้า AI เอาแต่บอกคำตอบให้นักเรียนไปง่ายๆ ก็ถือว่าเราล้มเหลว ” Hicks กล่าว “เพราะหัวใจสำคัญของการสอน คือการชี้แนะและทำให้ผู้เรียนจดจ่ออยู่กับการเรียนรู้”

SchoolAI ผสานการกำกับดูแลโดยผู้ผู้สอนไว้ในสถาปัตยกรรมตั้งแต่เริ่มต้น แทนที่จะเป็นการถามตอบแบบครั้งเดียวจบ ทุกข้อความจากนักเรียนจะวิ่งผ่านโครงข่าย AI ที่มีโหนดเฉพาะทางนับสิบชุดเพื่อประมวลผลผ่านโมเดลและระบบความปลอดภัย ก่อนจะส่งคำตอบกลับไปเพื่อสร้างการเรียนรู้ที่แท้จริง

ทุกส่วนของเวิร์กโฟลว์นี้ขับเคลื่อนโดย OpenAI:

  • GPT‑4o ขับเคลื่อนอินเทอร์เฟซการสนทนาของ Dot และตรรกะเรียลไทม์ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างบทเรียนและการตอบสนอง
  • GPT‑4.1 รองรับงานที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์เชิงลึก เช่น การช่วยวางโครงสร้างขั้นตอนการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน
  • การสร้างรูปภาพช่วยสร้างภาพประกอบแบบกำหนดเอง เช่น แผนภาพการสังเคราะห์ด้วยแสงหรือแผนที่ประวัติศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน
  • การแปลงข้อความเป็นเสียง (TTS) สามารถส่งต่อข้อมูลความรู้ด้วยเสียงพูดที่ครอบคลุมมากกว่า 60 ภาษา

การประสานงานที่มีประสิทธิภาพนี้อาศัยระบบการเลือกเส้นทางอัจฉริยะ โดยจะส่งงานที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์สูงไปให้ GPT‑4.1 หรือ GPT‑4o จัดการ ส่วนการตรวจสอบทั่วไปจะใช้โมเดลขนาดเล็กอย่าง GPT‑4o‑mini หรือโมเดลระดับนาโนแทน แนวทางนี้ช่วยให้เราควบคุมงบประมาณได้ตามแผน โดยไม่ลดทอนความแม่นยำในส่วนที่มีความสำคัญสูงสุด

โรงเรียนเป็นสถานที่ที่ความถูกต้องแม่นยำและความละเอียดอ่อนมีความสำคัญที่สุด การตัดสินใจของโมเดลจะปรากฏให้เห็นในบันทึกข้อมูล พร้อมแสดงผลให้ครูทราบแบบเรียลไทม์ และสรุปยอดส่งต่อไปยังผู้บริหารผ่านรายงานรวม วงจรการตอบกลับเหล่านี้ช่วยตอกย้ำปรัชญาหลักของ SchoolAI ที่ว่า AI ควรทำหน้าที่เป็นโค้ชชี้แนะนักเรียน มากกว่าที่จะหยิบยื่นคำตอบให้โดยง่าย

การใช้สแต็กเดียวช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้นในระดับที่กว้างขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้ SchoolAI ได้จัดงานแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ซึ่งดึงดูดความสนใจจากบุคลากรทางการศึกษามากกว่า 10,000 คน ในช่วงไม่กี่วันก่อนเริ่มงาน ทีมงานพบว่าระบบยังคงติดข้อจำกัดการใช้งานในระดับผู้ใช้ทั่วไป

“เราติดต่อผู้ประสานงานของเราที่ OpenAI เพื่อดูว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง” Sanders ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสบการณ์ของ SchoolAI กล่าว “ภายในเวลาเพียงสิบนาที พวกเขาไม่เพียงแต่อัปเกรดระดับการใช้งานให้เราเท่านั้น แต่ยังสังเกตเห็นว่าเราเน้นใช้งาน GPT‑4.1 จึงช่วยเพิ่มขีดจำกัดล่วงหน้าเพื่อให้งานของเราดำเนินไปอย่างราบรื่น”

เมื่อราคาการประมวลผลของโมเดลรุ่นใหม่ ๆ เริ่มถูกลง SchoolAI จึงสามารถลดต้นทุนจากเดิมที่เกือบ 1 ดอลลาร์ต่อ Space ให้เหลือเพียงเศษเสี้ยวของราคาเดิม การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ช่วยให้ทีมงานมีส่วนต่างงบประมาณสำหรับลงทุนระยะยาวและขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในวงการศึกษาที่การบริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่าเป็นหัวใจหลักในการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น

“เหตุผลที่เราเลือกใช้ OpenAI ก็เพราะความโดดเด่นในเรื่องความถูกต้องแม่นยำ ความเข้าใจในบริบทที่ซับซ้อน และการปรับใช้งานที่หลากหลายกว่าใคร เราตัดสินใจขยายธุรกิจไปพร้อมกับพวกเขา เพราะทีมงานของเขาให้การซัพพอร์ตที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา”
—Caleb Hicks ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SchoolAI

ขับเคลื่อนยุคถัดไปของการศึกษา

สำหรับครู AI สามารถเป็นผู้ช่วยที่ทรงพลัง ช่วยให้มีเวลามากขึ้นสำหรับงานสอนที่ต้องอาศัยความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ทีมงาน SchoolAI ได้รับเสียงตอบรับจากครูที่รายงานว่าสามารถประหยัดเวลาได้มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ด้วยแพลตฟอร์มนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าคือวิธีที่ครูใช้บริหารเวลาที่มีอยู่ โดยครูสามารถเข้าถึงนักเรียนได้เร็วขึ้น ให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที และใช้เวลาที่มีค่าไปกับการดูแลนักเรียนแบบตัวต่อตัวได้อย่างเต็มที่

คุณครูท่านหนึ่งเล่าว่า ในอดีตเธอต้องพึ่งพาเพียงคะแนนสอบเพื่อตรวจดูว่านักเรียนคนไหนเริ่มเรียนไม่ทันเพื่อน แต่ระบบ SchoolAI ช่วยระบุตัวนักเรียนที่หยุดตั้งคำถามและเลิกมีส่วนร่วมในการอภิปรายให้ครูทราบได้ทันที สัญญาณเล็กๆ นั้นนำไปสู่การเข้าไปพูดคุยและให้การดูแลได้ทันท่วงที ซึ่งหากไม่มีระบบนี้เราอาจมองข้ามเด็กคนนั้นไป

พฤติกรรมของนักเรียนกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น โดยเราพบว่าเด็กๆ มีส่วนร่วมกับบทเรียนที่ใช้ AI มากขึ้น และ Sidekick ก็ช่วยให้นักเรียนมีความมั่นใจและเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ดี นักเรียนที่พูดภาษาดารีคนเดิมซึ่งเคยพึ่งพาการแปลแบบเรียลไทม์ ตอนนี้เริ่มเข้าร่วมการทำงานกลุ่ม พูดคุยหยอกล้อกับเพื่อนร่วมชั้น และเริ่มมีมั่นใจในตัวเองอีกครั้ง

เมื่อการนำไปใช้งานขยายจากโรงเรียนนำร่องไปสู่ทั้งเขตการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียนใช้ข้อมูลการเรียนการสอนแบบเรียลไทม์เพื่อเข้าใจสิ่งที่ได้ผลและจุดที่ควรสนับสนุน ด้วยความสามารถใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่บ้าน SchoolAI ขยายขอบเขตการสนับสนุนออกไปนอกห้องเรียน เชื่อมโยงนักเรียน ครู และครอบครัวผ่านระบบเดียวที่ไว้วางใจได้

“พันธกิจของเราคือการทำให้นักเรียนทุกคนรู้สึกว่ามีตัวตนและได้รับความใส่ใจเสมอ” Hicks กล่าว “ด้วย OpenAI เราจึงสามารถทำตามคำมั่นสัญญานั้นได้อย่างสม่ำเสมอ ในระดับระบบที่โรงเรียนต้องการ”

เรียนรู้เพิ่มเติม

ก้าวสู่ยุคใหม่ของการทำงาน

ธุรกิจกว่า 1 ล้านแห่งทั่วโลกต่างเห็นผลลัพธ์จริงจากการใช้ OpenAI