ฟิลิปส์กำลังขยายความรู้ด้าน AI ให้กับพนักงาน 70,000 คนได้อย่างไร
Philips กำลังยกระดับการรู้เท่าทัน AI ให้เป็นศักยภาพของทั้งองค์กร เพื่อสร้างนวัตกรรมและการดูแลที่ดีกว่าเดิม
ผลลัพธ์
การรู้เท่าทัน AI และการลงมือใช้งานจริงกำลังแพร่หลายไปทั่วทั้งองค์กร
ผลลัพธ์
ผู้บริหารระดับสูงได้รับการฝึกอบรมโดยตรง เพื่อเป็นแบบอย่างในการเปลี่ยนแปลง
Philips ดำเนินงานครอบคลุมด้านสุขภาพส่วนบุคคล การวินิจฉัย การบำบัดรักษาด้วยภาพ และการเฝ้าติดตามผู้ป่วย
AI ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Philips เพราะระบบ AI และการเรียนรู้ของเครื่องเฉพาะทางได้ถูกฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์มาหลายปีแล้ว สิ่งใหม่คือการขยายในระดับที่ใหญ่กว่าเดิม
เพื่อให้ตระหนักถึงประโยชน์จาก AI ในการดูแลสุขภาพอย่างเต็มที่ Philips ได้ทำให้ AI เป็นทักษะที่พนักงานทุกคนสามารถใช้ได้อย่างมั่นใจ โดยไม่จำกัดแค่ทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น
เราได้สัมภาษณ์ Patrick Mans หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ข้อมูลและวิศวกรรม AI เพื่อเรียนรู้ว่า Philips พัฒนาความรู้ด้าน AI ในองค์กรอย่างไร รวมถึงส่งเสริมความรับผิดชอบในการใช้ AI และขับเคลื่อนยุคแห่งปัญญาเพื่อการดูแลสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นสำหรับผู้คนจำนวนมากได้อย่างไร
“คุณเริ่มจากการลองใช้มันเล่นๆ จากนั้นก็นำมันมาใช้ทำงาน และสุดท้ายก็สร้างนวัตกรรมจากมัน”
เบื้องหลังการเปิดตัว
Philips มีทีม AI ที่แข็งแกร่งและเชี่ยวชาญที่ทำงานกับระบบการเรียนรู้ของเครื่องแบบดั้งเดิมในผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว
แต่การเปลี่ยนแปลงในวงกว้างต้องการสิ่งที่ต่างไป นั่นก็คือการสร้างความรู้ด้าน AI ให้กับทุกคน ไม่ใช่แค่เฉพาะผู้เชี่ยวชาญ
OpenAI ช่วยให้สิ่งนั้นเป็นจริงได้เนื่องจากมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว
“ผู้คนใช้เครื่องมือ OpenAI เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมีความสนใจอยู่เป็นทุนเดิม สิ่งที่เราต้องทำคือเปลี่ยนพลังนั้นไปสู่การทำงานจริง”
Philips กำลังขับเคลื่อนพนักงานไปตามเส้นที่หวังไว้ จากการทดลองเล่น สู่เครื่องมือ และการเปลี่ยนแปลง
รวมถึงการเปลี่ยนความสงสัยใคร่รู้ให้เป็นศักยภาพ
- ผู้บริหารได้รับการฝึกอบรมแบบลงมือทำก่อน เพื่อเป็นตัวอย่างในการนำการเปลี่ยนแปลง
- องค์กรได้จัดกิจกรรมท้าทายเชิญชวนให้พนักงานเสนอแนวทางการใช้งาน
- การเปิดให้ใช้งาน ChatGPT Enterprise ส่งผลให้เกิดความต้องการและแรงขับเคลื่อนในการใช้งานให้สูงขึ้น
สิ่งนี้ทำให้เกิดแรงผลักดันจากสองทิศทาง นั่นก็คือการสนับสนุนจากผู้นำ และการผลักดันจากระดับรากหญ้า
ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีสุขภาพที่ก่อตั้งมานานกว่า 134 ปี Philips ได้ดำเนินงานภายใต้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และกฎระเบียบที่เข้มงวด ความไว้วางใจและการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบถือเป็นรากฐานสำคัญ “การใช้ AI ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีมาใช้งาน “คุณต้องปรับเปลี่ยนวัฒนธรรม ทั้งในด้านความคิดและความไว้วางใจของผู้คน” Patrick กล่าว
แนวทางเสริมสร้างความมั่นใจ:
- Philips เริ่มจากการดำเนินงานภายในที่มีความเสี่ยงต่ำ
- ทีมงานได้รับการสนับสนุนให้ทดลองในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม
- หลักการ AI ที่มีความรับผิดชอบ ได้แก่ ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการกำกับดูแลโดยมนุษย์ ได้ถูกทำให้เป็นมาตรฐานและนำมาใช้ทั่วทั้งองค์กร
- ความมั่นใจและทักษะได้รับการเสริมสร้างก่อนที่ AI จะเข้ามามีบทบาทในกระบวนการทำงานที่มีผลต่อผู้ป่วย
สิ่งที่ให้ความสำคัญในตอนนี้คือการลดภาระงานด้านธุรการ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมของคลินิกที่เวลาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง Philips มีเป้าหมายของที่ชัดเจน นั่นก็คือการคืนเวลาให้แพทย์เพื่อดูแลผู้ป่วย
“ฉันอยู่ในโรงพยาบาลที่แพทย์ใช้เวลา 15 นาทีช่วยชีวิตคน และต้องใช้เวลาอีก 15 นาทีในการบันทึกข้อมูล เขาอาจช่วยได้สองชีวิตในเวลาเท่ากันนั้น”
ผลลัพธ์โดยสรุป
- การรู้เท่าทัน AI และการลงมือใช้งานจริงกำลังแพร่หลายไปทั่วทั้งองค์กร
- ผู้บริหารระดับสูงได้รับการฝึกอบรมโดยตรง เพื่อเป็นแบบอย่างในการเปลี่ยนแปลง
- การท้าทายแนวคิดจากระดับรากฐานขององค์กรช่วยเร่งกระบวนการการทดลองให้เดินหน้าเร็วขึ้น
- แนวทางการสร้างความไว้วางใจที่เอื้อต่อการทำงานในกระบวนการที่มีการควบคุม
- การมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์เพื่อลดภาระงานด้านธุรการในคลินิก เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์มีเวลาเพิ่มขึ้น
บทเรียนความเป็นผู้นำจาก Philips
- เริ่มต้นจากผู้นำ: ฝึกอบรมผู้บริหารเชิงปฏิบัติ เพื่อให้พวกเขาแสดงการใช้งานเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่เพียงออกคำสั่ง
- สร้างแรงขับเคลื่อนจากล่างสู่บน: เปิดโอกาสให้พนักงานได้นำเสนอ ทดสอบ และเป็นเจ้าของแนวทางการใช้งานด้วยตนเอง
- จัดเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะ AI พัฒนาเร็วกว่าองค์กรส่วนใหญ่: เตรียมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียล่วงหน้า เพื่อให้แรงขับเคลื่อนกลายเป็นข้อได้เปรียบแทนที่จะเป็นอุปสรรค
- ทำให้หลักการ AI ที่รับผิดชอบเป็นจริง: ความโปร่งใสและการกำกับดูแลของมนุษย์เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการดูแลสุขภาพ
- โฟกัสในจุดที่เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด: การลดภาระงานเอกสารคือทางลัดสู่ผลลัพธ์ที่มีความหมาย
ก้าวต่อไปคืออะไร
Philips กำลังเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นผลผลิตรายบุคคล ไปสู่การทำงานอัตโนมัติในระดับกระบวนการ และการใช้ตัวช่วยอัจฉริยะ โดยมีนโยบาย AI ที่ชัดเจนและหลักการ AI ที่รับผิดชอบรองรับ
เป้าหมายชัดเจนและมีมนุษยธรรม: คืนเวลาให้บุคลากรทางการแพทย์เพื่อทุ่มเทให้กับสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็คือผู้ป่วย
“เป้าหมายของเราคือมอบการดูแลที่ดีกว่าแก่ผู้คนจำนวนมากขึ้น AI เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่ช่วยให้เราทำสิ่งนั้นได้”


