ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
OpenAI

24 มิถุนายน 2569

บริษัท

OpenAI และ Broadcom เปิดตัวชิปประมวลผลที่ปรับแต่งมาเฉพาะเพื่อ LLM

กำลังโหลด…
  • ผลการทดสอบเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าชิปเร่งความเร็วรุ่นแรกนี้ จะมอบประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่เหนือกว่าเทคโนโลยีชั้นนำในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
  • ออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับ LLM ทั้งในปัจจุบันและอนาคตสำหรับทุกภาคอุตสาหกรรม
  • พัฒนาสำเร็จภายในเวลา 9 เดือน ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบจนถึงการผลิตด้วยพลังจากโมเดลของ OpenAI
  • ยกระดับแพลตฟอร์มฟูลสแต็กของ OpenAI ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ โมเดล ไปจนถึงชิปประมวลผล
  • พร้อมรองรับการใช้งานขนาดใหญ่ระดับกิกะวัตต์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ศูนย์ข้อมูล โดยมีแผนพัฒนาและใช้งานต่อเนื่องผ่านหลายเจเนอเรชัน

วันนี้ OpenAI และ Broadcom (NASDAQ: AVGO) ได้เปิดตัว Jalapeño ซึ่งเป็น Intelligence Processor ตัวแรกของ OpenAI โดยเป็นชิปเร่งความเร็วที่ออกแบบตามวิสัยทัศน์ของ OpenAI เพื่อรองรับการทำงานของ LLM ในอนาคต และเป็นชิป AI ตัวแรกในแพลตฟอร์มประมวลผลที่จะมีการพัฒนาต่อเนื่องหลายรุ่น เพื่อช่วยให้ AI ขั้นสูงทำงานได้เร็วขึ้น เชื่อถือได้มากขึ้น และเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น

ผู้บริหารของ OpenAI และ Broadcom เผยโฉมชิปประมวลผล Jalapeño

Hock Tan ซีอีโอและประธาน Broadcom พร้อมด้วย Charlie Kawwas ประธานบริษัท ได้ทำการส่งมอบ Jalapeño ให้กับ Sam Altman และ Greg Brockman ผู้บริหารระดับสูงของ OpenAI ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ของ OpenAI ที่มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มแบบฟูลสแต็กเพื่อสนับสนุนโมเดลและผลิตภัณฑ์ของตนเอง

OpenAI ได้ออกแบบชิปนี้ขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้น โดยอาศัยความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพื้นฐานของ LLM ควบคู่ไปกับแผนการพัฒนาโมเดล ระบบ Kernel ระบบ Serving และความต้องการของผลิตภัณฑ์ โดยร่วมมือกับ Broadcom และ Celestica เพื่อยกระดับแพลตฟอร์มสู่ระดับอุตสาหกรรมผ่านการพัฒนาชิป การออกแบบบอร์ด การบูรณาการระบบ Rack การวางเครือข่ายประสิทธิภาพสูง และการสร้างระบบผลิตที่รองรับการขยายตัวได้ Jalapeño ได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่อทำงานร่วมกับ LLM ทั้งหมด โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกของ OpenAI เกี่ยวกับความต้องการด้านการอนุมานของโมเดล AI ในปัจจุบันและอนาคตทั่วทั้งอุตสาหกรรม ชิป Jalapeño รุ่นทดสอบสำหรับวิศวกรรมกำลังประมวลผลงาน ML ภายในห้องแล็บด้วยความเร็วและอัตราการใช้พลังงานที่ตั้งเป้าไว้สำหรับการผลิตจริง โดยครอบคลุมถึงการทดสอบโมเดล GPT‑5.3‑Codex‑Spark

แม้ทาง OpenAI จะยังสรุปผลการทดสอบประสิทธิภาพสุดท้ายไม่เสร็จสิ้น แต่ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า Jalapeño จะให้ประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่ดีกว่ามาตรฐานสูงสุดของอุตสาหกรรมในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ รายงานทางเทคนิคโดยละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพจะถูกนำเสนอในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สถาปัตยกรรมนี้ช่วยลดการเคลื่อนย้ายข้อมูลและสร้างความสมดุลระหว่างทรัพยากรด้านการประมวลผล หน่วยความจำ และเครือข่าย เพื่อให้การใช้งานจริงเข้าใกล้ประสิทธิภาพสูงสุดเชิงทฤษฎีมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีการผลิตซิลิคอนและระบบเครือข่ายของ Broadcom ซึ่งรวมถึงชิปอย่าง Tomahawk มีส่วนสำคัญในการยกระดับแพลตฟอร์มนี้สู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

“โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยพลังการประมวลผล” Greg Brockman ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งของ OpenAI กล่าว “Jalapeño เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานแบบฟูลสแต็กระยะยาวของเรา เพื่อเพิ่มความพร้อมใช้งานของทรัพยากรการประมวลผล ซึ่งส่งผลให้ AI ทำงานได้เร็วขึ้น น่าเชื่อถือมากขึ้น มีราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้คนและธุรกิจ และสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาที่สำคัญยิ่งขึ้นได้ การที่เราออกแบบโครงสร้างพื้นฐานระดับ Stack เองมากขึ้น ทำให้เราสามารถส่งมอบระบบที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้นได้อย่างคุ้มค่า พร้อมทั้งขับเคลื่อนให้ AI ขั้นสูงเป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น”

“Jalapeño ถูกออกแบบขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นเพื่อการอนุมาน LLM โดยเฉพาะ โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกจากการทำงานร่วมกับนักวิจัยของ OpenAI อย่างใกล้ชิด” Richard Ho ผู้ดูแลโครงการฮาร์ดแวร์ของ OpenAI กล่าว “เราได้ปรับสถาปัตยกรรมให้เหมาะสมโดยเน้นที่ Kernel การเคลื่อนย้ายข้อมูลในหน่วยความจำ เครือข่าย และรูปแบบการให้บริการที่สำคัญที่สุดสำหรับโมเดล AI ระดับแนวหน้า จากการทดสอบเบื้องต้น Jalapeño จะสามารถประมวลผลเวิร์กโหลดที่สำคัญที่สุดของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเข้าใกล้ขีดจำกัดทางทฤษฎีของฮาร์ดแวร์”

“ความร่วมมือของเรากับ OpenAI แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการขยายขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขับเคลื่อน AI ในทศวรรษหน้า” Hock Tan ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Broadcom กล่าว “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนงานระยะยาวหลายเจนเนอเรชัน การที่เราได้ร่วมมือกับ OpenAI ในการพัฒนาชิปประมวลผลระดับแนวหน้า ทำให้เราพร้อมสำหรับการเริ่มใช้งานศูนย์ข้อมูลสเกลระดับกิกะวัตต์ร่วมกับ Microsoft และพาร์ทเนอร์รายอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2569”

ออกแบบมาให้เป็นแพลตฟอร์มการอนุมานที่ดีที่สุดสำหรับ LLM

Jalapeño ถูกออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับการอนุมาน LLM ยุคใหม่โดยเฉพาะ ไม่ใช่ตัวเร่งความเร็วทั่วไปที่ปรับเปลี่ยนมาจากงานประมวลผล AI รุ่นเก่า ชิปนี้ได้รับการออกแบบบนพื้นฐานของระบบที่ OpenAI ใช้งานอยู่จริงทุกวัน ทั้งใน ChatGPT, Codex, API และผลิตภัณฑ์เชิงเอเจนต์ อีกทั้งยังถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับ LLM ทั้งในปัจจุบันและอนาคตสำหรับทั่วทั้งอุตสาหกรรม เป้าหมายคือการผสานพลังการประมวลผลและอัตราการประมวลผลของตัวเร่งความเร็ว AI ชั้นนำในปัจจุบันเข้ากับค่าความหน่วงที่ใกล้เคียงกับระบบอนุมานเฉพาะทางที่เร็วที่สุด ทำให้ Jalapeño เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ LLM แบบโต้ตอบในระดับใหญ่

นั่นคือข้อได้เปรียบของฟูลสแต็ก OpenAI ไม่ได้เพียงแค่พัฒนาโมเดลระดับแนวหน้าหรือสร้างผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากโมเดลเหล่านั้นเท่านั้น แต่ยังออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับโมเดลเหล่านั้นด้วย ได้แก่ สถาปัตยกรรมชิป Kernel ระบบหน่วยความจำ ระบบเครือข่าย การจัดกำหนดการ ระบบการปรับใช้ และประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก OpenAI ดำเนินงานครอบคลุมทั่วทั้งสแต็ก ทำให้สามารถปรับแต่งทุกส่วนให้ทำงานประสานกันเพื่อเป้าหมายเดียว คือการทำให้โมเดลทำงานได้เร็วขึ้น เสถียรขึ้น และเข้าถึงได้ในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น

Jalapeño เข้ามาช่วยเพิ่มพลังให้กับกลไกการขับเคลื่อนวงจรความสำเร็จของ OpenAI ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นช่วยขับเคลื่อนประสิทธิภาพการประมวลผล ประสิทธิภาพการประมวลผลที่สูงขึ้นช่วยให้การฝึกและนำโมเดลไปใช้งานมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดโมเดล AI ที่มีความสามารถมากขึ้น โมเดลที่ดีขึ้นจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้คน นักพัฒนา และธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ที่ดียิ่งขึ้นช่วยเพิ่มการใช้งาน จำนวนลูกค้า และรายได้ ซึ่งทำให้ OpenAI สามารถนำเงินกลับไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานรุ่นถัดไปได้ เมื่อเวลาผ่านไปวงจรดังกล่าวจะช่วยทำให้ระบบอัจฉริยะมีขีดความสามารถมากขึ้น มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และมีต้นทุนต่ำลงสำหรับทุกคน

ใช้เวลาเพียง 9 เดือนในการส่งผลิตชิปโดยมี OpenAI เข้ามาช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น

Jalapeño ได้รับการพัฒนาร่วมกันตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบเริ่มต้นจนถึงการส่งผลิตชิป (tape-out) ในเวลาเพียง 9 เดือน ซึ่งโครงการพัฒนาชิปเร่งความเร็ว AI เฉพาะทางนี้ ถือเป็นวงจรการพัฒนา ASIC ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ประสิทธิภาพสูงระดับสูง ความรวดเร็วดังกล่าวเป็นผลจากการพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทีมวิศวกรรมของ OpenAI ผสานกับความเชี่ยวชาญของ Broadcom ในการพัฒนาชิป และการใช้โมเดลของ OpenAI เพื่อเร่งกระบวนการออกแบบและเพิ่มประสิทธิภาพในบางส่วน

โมเดลชุดเดียวกับที่ให้บริการแก่ผู้ใช้งานในปัจจุบัน กำลังมีบทบาทช่วยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่นำไปใช้สำหรับรันโมเดลในอนาคต หาก AI สามารถช่วยให้วิศวกรออกแบบชิปที่ดีขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ก็จะช่วยลดต้นทุนด้านการประมวลผลทั่วทั้งอุตสาหกรรม และช่วยให้การเข้าถึง AI ขั้นสูงเป็นไปอย่างทั่วถึงมากขึ้น

การสร้างแพลตฟอร์มแบบหลายเจเนอเรชันร่วมกับพาร์ทเนอร์

Jalapeño เป็นก้าวแรกของแพลตฟอร์มการประมวลผลแบบหลายเจเนอเรชัน ซึ่งออกแบบมาเพื่อเริ่มใช้งานจริงภายในสิ้นปี 2569 และจะขยายขีดความสามารถต่อไปในอนาคต โดยเป็นการผสานรวมชิปเร่งความเร็วที่ออกแบบโดย OpenAI เข้ากับเทคโนโลยีการผลิตซิลิคอน ระบบเครือข่าย และการเชื่อมต่อของ Broadcom รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านบอร์ด รวมถึงระบบ Rack และระบบของ Celestica

ทำให้ AI ขั้นสูงเข้าถึงได้ในวงกว้างมากขึ้น

แนวคิดหลักของงานนี้มองว่าการประมวลผลอนุมานคือจุดที่ AI เชื่อมต่อกับผู้ใช้งานจริง ทุกการปรับปรุงทั้งในด้านต้นทุน ความเร็ว และความน่าเชื่อถือ สามารถสะท้อนออกมาให้เห็นได้จากการที่ ChatGPT ตอบโต้ได้รวดเร็วขึ้น งานบน Codex สามารถดำเนินขั้นตอนที่ซับซ้อนขึ้นได้โดยใช้เวลารอน้อยลง ผลิตภัณฑ์ API ที่มีต้นทุนการสร้างถูกลง หรือการเข้าถึงบริการที่มีเสถียรภาพมากขึ้นแม้ในช่วงที่ความต้องการใช้งานสูง

การทำให้ AI เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง หมายถึงการทำให้โมเดลขั้นสูงพร้อมใช้งาน เชื่อถือได้ และมีราคาที่ผู้คนจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ Jalapeño ช่วยให้ OpenAI เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของตนให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นสำหรับนักเรียน นักพัฒนา ธุรกิจขนาดเล็ก นักวิจัย องค์กร และทุกคนที่พยายามเรียนรู้ สร้างสรรค์ หรือแก้ไขปัญหายากๆ

ผู้เขียน

OpenAI