NTT DATA Group ลดเวลาวิเคราะห์เหตุขัดข้องเหลือ 30 นาทีด้วย Codex
หลังจากนำ ChatGPT Enterprise มาใช้งานทั่วทั้งองค์กรแล้ว NTT DATA Group ได้ขยายการใช้งาน Codex ให้ครอบคลุมพนักงานประมาณ 9,000 คน ทั้งในตำแหน่งงานด้านเทคนิคและนอกสายงานด้านเทคนิค

9,000
ผู้ใช้ที่ใช้งาน Codex อยู่ในปัจจุบัน
-99.3%
Codex สามารถวิเคราะห์เหตุขัดข้องได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที จากงานที่แต่เดิมต้องใช้วิศวกร 5 คนและใช้เวลานานถึง 3 วัน
NTT DATA Group เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้าน IT ระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมบริการด้านการให้คำปรึกษา การพัฒนาระบบ และการดำเนินงานด้าน IT ในขณะที่ AI กำลังปรับโฉมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ บริษัทก็กำลังเปลี่ยนแนวทางการเติบโต จากการเพิ่มรายได้ด้วยการขยายจำนวนบุคลากร ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย AI
เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ NTT DATA Group ได้นำ ChatGPT Enterprise มาใช้ทั่วทั้งองค์กร และเปิดตัวโครงการต่างๆ ที่ช่วยให้พนักงานนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในแต่ละวัน บริษัทได้ต่อยอดจากรากฐานที่วางไว้ ด้วยการขยายการใช้งาน Codex ไปสู่พนักงานประมาณ 9,000 คน ทีมงานทั้งในสายงานด้านเทคนิคและนอกสายงานด้านเทคนิคต่างใช้ AI ไม่เพียงเพื่อสำรวจแนวคิดผ่านการสนทนา แต่ยังใช้เพื่อดำเนินงานที่มีขั้นตอนและเป้าหมายชัดเจนอีกด้วย
หลังจากเริ่มต้นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับโลกกับ OpenAI ในเดือนพฤษภาคม 2568 NTT DATA Group ก็เดินหน้านำ ChatGPT Enterprise มาใช้งานทั่วทั้งองค์กร บริษัทได้จัดตั้ง OpenAI Center of Excellence (CoE) ภายในองค์กร เพื่อสนับสนุนการนำ AI มาใช้งานผ่านการจัดสรรสิทธิ์การใช้งาน การตรวจสอบความพร้อมด้านเทคนิค การจัดกิจกรรม การพัฒนาเคสการใช้งาน การติดตามการใช้งาน แหล่งความรู้ และระบบต่างๆ ที่ช่วยให้พนักงานใช้ AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ
ด้วยเหตุนี้ ChatGPT Enterprise จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือ AI หลักที่ช่วยสนับสนุนการทำงานประจำวันทั่วทั้ง NTT DATA Group ในแบบสำรวจภายใน ผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่า 96% กล่าวว่าพึงพอใจกับ ChatGPT Enterprise และมากกว่า 95% รายงานว่าประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น
การใช้ AI ในชีวิตการทำงานประจำวันช่วยให้พนักงานมีประสบการณ์มากขึ้น ทั้งด้านการค้นคว้า การเขียน และการสร้างเนื้อหา พฤติกรรมการทำงานและทักษะเหล่านี้ช่วยเตรียมความพร้อมให้องค์กรสำหรับก้าวต่อไป นั่นคือการมอบหมายงานที่มีขอบเขตชัดเจนให้ Codex รับผิดชอบ
หนึ่งในความสำเร็จแรกที่พิสูจน์ศักยภาพของ Codex คือการทำให้กระบวนการวิเคราะห์เหตุขัดข้องที่ซับซ้อนสำหรับระบบสำคัญเป็นแบบอัตโนมัติ ก่อนหน้านี้งานนี้ต้องใช้วิศวกรที่มีประสบการณ์ 5 คน และใช้เวลา 3 วันจึงจะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อใช้ Codex กระบวนการทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ภายใน 30 นาที
ผลลัพธ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้บริหารระดับสูงอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นหลักฐานสำคัญในช่วงแรกที่แสดงให้เห็นว่า Codex สามารถสร้างความเป็นไปได้อะไรได้บ้าง Codex ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยเขียนโค้ด แต่ยังสามารถตรวจสอบ ดำเนินงาน ทดสอบ และปรับแก้ได้ด้วยตัวเองตามคำสั่งที่ได้รับ ความสามารถในการทำงานแบบเอเจนต์ของ Codex ช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนให้การใช้งานขยายตัวทั่วทั้งบริษัท
“Codex ได้เปลี่ยนมุมมองของพนักงานทั่วทั้งบริษัทที่มีต่อ AI” Hiroaki Sato จากฝ่าย AI Technology ของ NTT DATA Group กล่าว “แนวคิดที่ว่า AI สามารถเข้ามาเป็นผู้นำในการดำเนินงาน ส่งผลกระทบที่คล้ายคลึงกับการเปิดตัวของ ChatGPT” หลังจากความสำเร็จในช่วงแรก ทีมงานทั่วทั้ง NTT DATA Group ได้เดินหน้าค้นหาเคสการใช้งานใหม่ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากความสามารถเฉพาะตัวของ Codex อย่างต่อเนื่อง
“Codex ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ช่วยให้นักพัฒนาเขียนโค้ดได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเท่านั้น เมื่อ ChatGPT Enterprise กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในแต่ละวันของพนักงาน ทั้งการคิด ค้นหาไอเดีย และแก้ปัญหา Codex ก็ได้เปิดโอกาสให้เกิดวิธีการทำงานแบบใหม่ การให้ AI ช่วยค้นคว้า จัดระเบียบ ดำเนินการ และตรวจสอบความถูกต้องของงาน ช่วยให้พนักงานทุกคนเปลี่ยนวิธีการทำงานในบทบาทของตนไปอย่างสิ้นเชิง”
ศักยภาพที่แสดงให้เห็นจากการวิเคราะห์เหตุขัดข้องไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพัฒนาซอฟต์แวร์ ภายใต้แนวทาง “Client Zero” NTT DATA Group มององค์กรของตนเองเป็นลูกค้ารายแรก และสนับสนุนให้พนักงานทดลองใช้ AI ในการทำงานประจำวัน ด้วยเหตุนี้การใช้งาน Codex จึงขยายจากกลุ่มวิศวกรไปสู่พนักงานนอกสายงานด้านเทคนิคในหลากหลายสายงานทั่วทั้งองค์กร
“เราส่งเสริมการใช้ AI ภายในองค์กรของเราเองอย่างจริงจังผ่านแนวทาง Client Zero” Sato อธิบาย “Codex มีศักยภาพอย่างมาก และพนักงานจากหลากหลายแผนกก็กำลังค้นหาวิธีนำไปประยุกต์ใช้กับงานของตนเอง”
พนักงานนอกสายงานด้านเทคนิคเริ่มใช้ Codex เพื่อสร้างเครื่องมือขนาดเล็ก จัดการไฟล์จำนวนมาก วิเคราะห์ข้อมูลใน Excel สรุปเอกสาร และเขียนสคริปต์สำหรับงานที่ต้องทำซ้ำ งานเหล่านี้มักเป็นงานที่ผู้คนต้องการทำให้เป็นอัตโนมัติ แต่หากทำด้วยตนเองจะใช้เวลามากเกินไป
ตัวอย่างเช่น พนักงานใช้ Codex เพื่อดึงข้อมูลค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากใบแจ้งยอดบัตรเครดิต แล้วโอนไปยังแบบฟอร์มเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง Codex สามารถทำงานข้ามหลายไฟล์ เข้าใจโครงสร้างและกฎการกรอกข้อมูลของแต่ละชีต รวมถึงช่วยตรวจสอบความถูกต้องของการถ่ายโอนข้อมูลที่เสร็จสมบูรณ์ ช่วยให้งานที่เดิมต้องทำด้วยตนเองและยุ่งยากเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ปัจจุบันพนักงานนอกสายงานด้านเทคนิคสามารถทำงานที่เดิมต้องขอความช่วยเหลือจากวิศวกรได้ด้วยตนเอง ยกตัวอย่างเช่น การจัดทำรายงานเชิงวิเคราะห์ ในอดีตจำเป็นต้องเตรียมข้อมูลในเครื่องมือธุรกิจอัจฉริยะและสร้างแดชบอร์ดก่อน เมื่อใช้ Codex พนักงานสามารถวิเคราะห์ข้อมูลดิบได้โดยตรงและจัดทำรายงานที่ต้องการ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมลดการพึ่งพาเครื่องมือและทักษะเฉพาะทาง
ด้วยวิธีนี้ Codex จึงไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่สนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์เท่านั้น Codex ช่วยลดข้อจำกัดในการทำงานที่ครั้งหนึ่งเคยต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเปิดโอกาสให้พนักงานที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถสร้างผลงานที่นำไปใช้ได้จริงในการทำงานของตน
เพื่อให้ Codex ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วทั้งองค์กร ไม่ใช่เฉพาะในบางทีมหรือโดยพนักงานบางคน NTT DATA Group จึงเห็นถึงความจำเป็นในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ รากฐานนี้มีความสำคัญไม่เพียงต่อพนักงานของบริษัทเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรมที่บริษัทให้บริการอีกด้วย
เพื่อเตรียมความพร้อมให้ Codex สำหรับการใช้งานในระดับองค์กร OpenAI CoE ได้จัดทำและเผยแพร่แนวทางด้านความปลอดภัยควบคู่ไปกับแนวปฏิบัติที่ช่วยให้การนำไปใช้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางเหล่านี้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ข้อมูลประเภทใดสามารถนำมาใช้ได้ Codex สามารถเชื่อมต่อกับระบบใดได้ วิธีจัดการทราฟฟิกเครือข่ายเป็นอย่างไร ควรเลือกใช้โหมดแซนด์บ็อกซ์แบบใด ระดับการทำงานอัตโนมัติที่เหมาะสมคืออะไร และจุดใดที่ต้องให้มนุษย์เข้ามาตรวจสอบ สิ่งนี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้พนักงานทั้งในสายงานด้านเทคนิคและนอกสายงานด้านเทคนิคสามารถสำรวจแนวทางใหม่ๆ ในการใช้งาน Codex ได้อย่างมั่นใจ
ด้วยรากฐานด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่พร้อมแล้ว การนำ Codex มาใช้จึงขยายไปไกลกว่าเคสการใช้งานขั้นสูงเพียงไม่กี่รูปแบบ ปัจจุบัน Codex กำลังค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำวันของพนักงานประมาณ 9,000 คน
“การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีการกำกับดูแลที่รัดกุม เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พนักงานใช้งาน Codex ได้อย่างมั่นใจ วิสัยทัศน์ของเราคือการทำให้ Codex เป็นมากกว่าเครื่องมือสำหรับวิศวกร เราต้องการให้ Codex กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันของพนักงานทุกคนอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานด้านเทคนิคหรือไม่ เพื่อช่วยให้ทุกคนนำความเชี่ยวชาญและไอเดียของตนไปสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม”
การนำ Codex มาใช้ในกลุ่ม NTT DATA ได้ก้าวพ้นขั้นทดลองใช้งานไปแล้ว และขณะนี้กำลังสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ทั่วทั้งองค์กร
- วิเคราะห์เหตุการณ์ขัดข้องที่ซับซ้อนเสร็จภายใน 30 นาที ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องใช้วิศวกรผู้มีประสบการณ์ 5 คน เป็นเวลา 3 วัน
- เพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน Codex รายสัปดาห์ที่ใช้งานจริงขึ้น 1.4 เท่า หลังจากเผยแพร่คู่มือการใช้งานและจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ
- ทำให้การดำเนินงานของระบบภายในเป็นอัตโนมัติโดยใช้ Playwright ลดเวลาที่ใช้กับงานประจำประจำที่ต้องทำซ้ำ และเอื้อให้เกิดการนำไปใช้ทั่วทั้งองค์กรด้วยการจัดแพ็กเกจระบบอัตโนมัติเป็น Skills
ประสบการณ์ของ NTT DATA Group สะท้อนให้เห็นถึงบทเรียนสำคัญ 5 ประการในการนำ Codex มาใช้ทั่วทั้งองค์กร
- ทำให้ ChatGPT Enterprise เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวัน และช่วยให้พนักงานสร้างนิสัยการทำงานที่จำเป็นสำหรับการทำงานร่วมกับ AI
- ขยายการใช้งาน ChatGPT Enterprise ให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร เพื่อสร้างการเรียนรู้ระหว่างเพื่อนร่วมงานและการบอกต่อ
- สร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานสามารถใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย ด้วยมาตรการด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่เหมาะสม
- มองว่าการนำไปใช้งานเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แล้วพัฒนาโครงการส่งเสริมการใช้งานอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยข้อมูลการใช้งาน แบบสำรวจ และการสัมภาษณ์พนักงานเป็นข้อมูลประกอบ
- ให้ CoE ค้นหาและถอดบทเรียนจากเคสการใช้งานที่สร้างผลกระทบสูง ก่อนเผยแพร่เป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดที่นำไปใช้ซ้ำได้ภายใต้มาตรการป้องกันที่เหมาะสม
ความมุ่งมั่นของ NTT DATA Group ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานแต่ละงาน การผสาน AI เข้ากับการทำงานประจำวันช่วยให้องค์กรสร้างสภาพแวดล้อมที่ทั้งคนและ AI ต่างได้ใช้จุดแข็งของตนเองร่วมกัน เพื่อสร้างคุณค่าได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น
พนักงานใช้ ChatGPT Enterprise เพื่อต่อยอดความคิด และใช้ Codex เพื่อดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ คนเป็นผู้กำหนดทิศทางและประเมินผลลัพธ์ ขณะที่ AI ทำความเข้าใจข้อมูลและขับเคลื่อนงานให้เดินหน้าต่อไป การเปิดโอกาสให้ทั้งพนักงานสายงานด้านเทคนิคและนอกสายงานด้านเทคนิคทำงานร่วมกับ AI ในลักษณะนี้ ช่วยให้ NTT DATA Group ยกระดับศักยภาพของพนักงานแต่ละคน พร้อมเสริมความสามารถในการดำเนินงานของทั้งองค์กร
ด้วยการสนับสนุนจาก CoE ชุมชนพนักงาน รวมถึงรากฐานด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง บริษัทสามารถค้นหาเคสการใช้งานที่มีผลกระทบสูงในแต่ละหน่วยงาน ก่อนพัฒนาให้เป็นกระบวนการและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดที่นำไปใช้ซ้ำและเผยแพร่ต่อได้
ด้วยวิสัยทัศน์ “องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI” NTT DATA Group ตั้งเป้าที่จะเสริมศักยภาพด้านองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของพนักงานทุกคน สร้างบริการและกระบวนการทางธุรกิจใหม่ๆ พร้อมช่วยให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนการดำเนินงานและเติบโตได้ จากการสร้างคุณค่าของ AI ให้เกิดขึ้นจริงภายในองค์กร บริษัทมีแผนที่จะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าและสังคมในวงกว้าง


