ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
OpenAI

26 สิงหาคม 2569

loveholidays ช่วยให้ทุกคนสร้างสิ่งต่างๆ ได้ด้วย Codex อย่างไร

บริษัทท่องเที่ยวออนไลน์แห่งนี้ใช้ Codex เพื่อให้ทีมต่างๆ ทั่วทั้งองค์กรสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ด้วยตัวเอง พร้อมช่วยให้วิศวกรมีเวลาไปมุ่งแก้ปัญหาที่ยากยิ่งขึ้น

ขนาดบริษัท: Enterprise
ภูมิภาค: ยุโรปและสหราชอาณาจักร
อุตสาหกรรม: การเดินทาง, เทคโนโลยี
ผลิตภัณฑ์: Codex

11 เท่า

การปรับเปลี่ยนโค้ดโดยมี AI ช่วยเพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 79% ภายในหนึ่งปี

73%

นำระบบขึ้นใช้งานด้วยความช่วยเหลือจาก AI ได้ถี่ขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดทีมวิศวกร

93%

อัตราความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลง Data Platform เพิ่มขึ้นจาก 58%

4 เท่า

ดำเนินการปรับเปลี่ยน Data Platform ได้มากขึ้นต่อคำขอความช่วยเหลือ

กำลังโหลด…

loveholidays(เปิดในหน้าต่างใหม่) คือบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำที่ให้บริการใน 8 ตลาดทั่วยุโรป โดยใช้เทคโนโลยีประมวลผลชุดแพ็กเกจที่เป็นไปได้ถึง 60 ล้านล้านรูปแบบในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้ผู้คนนับล้านค้นหาวันหยุดพักผ่อนที่ตรงใจ เบื้องหลังการให้บริการในระดับนี้คือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่บริษัทใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา เพื่อให้การค้นหาและจองทริปวันหยุดรวดเร็วและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น

วันนี้ Codex กำลังเปลี่ยนแปลงว่าใครบ้างที่สามารถร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ได้

ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ นักออกแบบ และทีมธุรกิจมีส่วนร่วมกับฐานโค้ดของ loveholidays โดยตรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทีมต่างๆ สามารถสร้างต้นแบบประสบการณ์ลูกค้า ปรับเปลี่ยนข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนเปลี่ยนไอเดียให้เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้ โดยไม่ต้องส่งทุกคำขอเข้าคิวของฝ่ายวิศวกรรมก่อน

“ทุกคนสามารถเป็นผู้สร้างได้” Dmitri Lerko หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมของ loveholidays กล่าว “ทุกวันนี้ การแก้ไขแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการนำโค้ดขึ้นใช้งาน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทีมวิศวกรรมอีกต่อไป ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ นักออกแบบ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านธุรกิจสามารถสร้างคุณค่าและนำงานขึ้นใช้งานได้เอง”

สำหรับ Mike Jones ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ loveholidays เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่า นั่นคือการสร้างสิ่งที่บริษัทเรียกว่า “ความฉลาดรอบด้านด้านการท่องเที่ยว” โดยนำเทคโนโลยีมาผสานกับความเชี่ยวชาญของบุคลากร พร้อมใช้ AI ช่วยให้ทั้งสองสิ่งเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

“ที่ loveholidays วิสัยทัศน์ด้านแพลตฟอร์มของเราคือการสร้างความฉลาดรอบด้านสำหรับการท่องเที่ยว ซึ่งหมายถึงการผสานเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมของเราเข้ากับความเชี่ยวชาญของบุคลากร และใช้ AI กับ Codex เพื่อให้ทุกคนทั่วทั้งองค์กรเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทั้งสองสิ่งนี้ได้”
—Mike Jones ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีจาก loveholidays

จากไอเดียสู่ประสบการณ์จริงของลูกค้า

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Search Playground

ก่อนหน้านี้ หากคนจากทีมอื่นในองค์กรมีไอเดียเกี่ยวกับประสบการณ์ใหม่สำหรับลูกค้า ก็ต้องโน้มน้าวให้ทีมวิศวกรรมจัดลำดับความสำคัญและสร้างต้นแบบให้ ดังนั้นทุกการทดลองจึงต้องแลกกับโอกาสในการทำงานอื่น เพราะเวลาที่วิศวกรใช้ทดสอบไอเดียหนึ่ง หมายถึงเวลาที่ไม่สามารถนำไปใช้กับงานอื่นได้

loveholidays ต้องการลดการพึ่งพาดังกล่าว

วิศวกรของบริษัทสร้าง Search Playground โดยใช้ระบบการออกแบบ เทคโนโลยีฟรอนต์เอนด์ และ Codex ของบริษัท เครื่องมือนี้ช่วยให้คนทั่วทั้งองค์กรเปลี่ยนไอเดียเป็นประสบการณ์ลูกค้าที่ใช้งานได้จริง รวบรวมความคิดเห็น และทดสอบว่าสามารถสร้างคุณค่าได้หรือไม่

มีการพัฒนาประสบการณ์การค้นหาใหม่ผ่าน Playground แล้วมากกว่าสิบรูปแบบ ส่วนใหญ่สร้างโดยผู้ที่ไม่ใช่วิศวกร และอย่างน้อยสามรูปแบบกำลังใช้งานอยู่บนเว็บไซต์ loveholidays

หนึ่งในนั้นคือ Inspire Me(เปิดในหน้าต่างใหม่) ซึ่งช่วยให้นักเดินทางค้นหาไอเดียทริปหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ทริปพักผ่อนริมทะเลไปจนถึงทริปตะลุยชิมอาหาร

อีกหนึ่งตัวอย่างมาจากฝ่ายการตลาด ในแคมเปญ Crisps from Abroad ที่จัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ทีมต้องการไมโครไซต์แบบอินเทอร์แอกทีฟเพื่อเปิดรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมชิงรางวัลและนำเสนอแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้ ทีมต้องพึ่งเอเจนซีภายนอกให้ออกแบบและพัฒนาประสบการณ์ดิจิทัลแบบแยกเฉพาะ ซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ด้วย Codex และ Search Playground ทีมสามารถสร้างประสบการณ์นี้ขึ้นมาเองได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยยังคงใช้ระบบการออกแบบเดิมของ loveholidays

“เราต้องการแยกความสามารถในการทดลองไอเดียใหม่ๆ ออกจากเวลาทำงานจริงของวิศวกร” Lerko กล่าว ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่การสร้างต้นแบบที่รวดเร็วขึ้น แต่ยังทำให้มีไอเดียมากขึ้นที่ได้รับโอกาสในการพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์

พร้อมใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิศวกรรมได้ทุกเมื่อ

หลักการเดียวกันนี้ใช้กับระบบเบื้องหลังด้วย

เดิมที Data Platform และโครงสร้างพื้นฐานของ loveholidays ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ที่มีความรู้ด้านเทคนิค การปรับเปลี่ยนต่างๆ จึงต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือเฉพาะทาง Repository ระบบควบคุมเวอร์ชันของซอร์สโค้ด และกระบวนการภายใน หากใครติดปัญหา ก็ต้องให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วย

Codex ช่วยให้ loveholidays ขยายการเข้าถึงความเชี่ยวชาญดังกล่าวได้อีกทางหนึ่ง

ทีมวิศวกรรวบรวมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด คำแนะนำ และการตรวจสอบต่างๆ มาใส่ไว้ในเวิร์กโฟลว์ เพื่อให้ Codex คอยแนะนำผู้ใช้คนอื่นตลอดกระบวนการ พนักงานจึงไม่จำเป็นต้องเข้าใจระบบเบื้องหลังทั้งหมด แต่สามารถมุ่งไปที่สิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จ ขณะที่ Codex ช่วยเสนอการเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบความถูกต้อง และแนะนำขั้นตอนต่างๆ ตลอดกระบวนการจนถึงขั้นตอนการเผยแพร่

“เรารวบรวมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดทั้งหมด รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบต่างๆ มาไว้ในรูปแบบโค้ด และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป” Lerko กล่าว “ความเชี่ยวชาญของวิศวกรด้านข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานของเราพร้อมให้ทุกคนเข้าถึงผ่าน Codex ดังนั้นใครก็ตามที่ต้องการจัดการความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานหรือข้อมูลด้วยตัวเอง ก็สามารถเข้าถึงความเชี่ยวชาญนี้ได้ทันทีทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง”

ผลลัพธ์เหล่านี้วัดผลได้

ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา อัตราความสำเร็จของการปรับเปลี่ยน Data Platform ของ loveholidays โดยมี AI ช่วยเพิ่มขึ้นจาก 58% เป็น 93% ขณะเดียวกัน ทีมยังพบว่าเมื่อเทียบกับคำขอความช่วยเหลือแต่ละครั้ง จำนวนการปรับเปลี่ยน Data Platform เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า

สำหรับเวิร์กโฟลว์การจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้วยตนเองในภาพรวม อัตราความสำเร็จเพิ่มขึ้นจาก 63% เป็น 90%

สิ่งนี้เปลี่ยนลักษณะงานของทั้งสองฝ่าย ทีมต่างๆ เดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ส่วนวิศวกรก็ใช้เวลาน้อยลงในการแก้ปัญหาคำขอทั่วไป และมีเวลามากขึ้นในการปรับปรุงตัวแพลตฟอร์ม

“ยิ่งมอบหมายงานให้ AI ได้มากเท่าไร บทบาทของคุณก็ยิ่งยกระดับขึ้นเท่านั้น งานของคุณไม่ใช่แค่รับโซลูชันมาแล้วนำไปใช้งานอีกต่อไป คุณต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหาทางธุรกิจ”
—Mike Jones ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีจาก loveholidays

สร้างซอฟต์แวร์ได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มวิศวกร

การเปลี่ยนแปลงนี้ปรากฏให้เห็นทั่วทั้งองค์กรวิศวกรรมของ loveholidays

หนึ่งปีก่อน การเปลี่ยนแปลงโค้ดประมาณ 7% มี AI ช่วยดำเนินการ ปัจจุบัน ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 79%

ในช่วงเวลาเดียวกัน การนำระบบขึ้นใช้งานเพิ่มขึ้น 73% โดยที่จำนวนบุคลากรในทีมวิศวกรรมโดยรวมแทบไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับ loveholidays ศักยภาพที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อสร้างโค้ดให้ได้มากขึ้น บริษัทตั้งใจวัดผล AI จากผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่ดูเพียงว่ามีการนำ AI มาใช้มากน้อยเพียงใด

“เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยให้เราไปถึงเป้าหมาย” Jones กล่าว “สิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี แต่คือผลลัพธ์ที่เทคโนโลยีนั้นสร้างขึ้น เราไม่ได้เพียงเปิดให้ทุกคนเข้าถึงเครื่องมือ แต่ตั้งใจช่วยให้พวกเขานำเครื่องมือไปแก้ปัญหาทางธุรกิจ พร้อมวัดผลที่เกิดขึ้นจริง”

ผลลัพธ์บางส่วนเริ่มสะท้อนให้เห็นในผลประกอบการของบริษัทแล้ว

เมื่อมีศักยภาพมากขึ้นในการจัดการงานเพิ่มประสิทธิภาพซึ่งเดิมมีต้นทุนค่าเสียโอกาสสูงเกินไป ทีมวิศวกรรมข้อมูลของ loveholidays จึงลดค่าใช้จ่ายด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ได้ประมาณปีละ 36,000 ปอนด์ และประหยัดเพิ่มอีกราว 100,000 ปอนด์ต่อปีด้วยการลดความสูญเปล่าในการประมวลผลข้อมูล

และผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าอาจเป็นการเปลี่ยนมุมมองของทีมต่อสิ่งที่เป็นไปได้

“เราสังเกตว่าสิ่งที่เคยยากเกินไป ตอนนี้กลายเป็นเรื่องปกติแล้ว” Lerko กล่าว “นั่นหมายความว่าสิ่งที่ยากเกินไปในวันนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นในอนาคต”

สร้างความฉลาดรอบด้านสำหรับการท่องเที่ยว

สำหรับ loveholidays นั้น Codex กำลังกลายเป็นอินเทอร์เฟซกลางที่เชื่อมโยงบุคลากรเข้ากับเทคโนโลยีเบื้องหลังบริษัทมากขึ้นเรื่อยๆ

“Codex กำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำหรับควบคุมและจัดการงานผ่านอินเทอร์เฟซเดียวที่วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และทีมธุรกิจใช้ร่วมกัน” Lerko กล่าว “สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมาก เพราะเราไม่จำเป็นต้องสอนให้แต่ละคนใช้เครื่องมือที่แตกต่างกันอีกต่อไป”

แนวทางนี้นำไปสู่รูปแบบใหม่ของการพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งทำให้ทุกคนทั่วทั้งองค์กรเข้าถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ มีคนจำนวนมากขึ้นที่สามารถเปลี่ยนไอเดียให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง และวิศวกรเองก็สามารถมุ่งไปแก้โจทย์ที่ซับซ้อนและมีคุณค่ามากขึ้น

สำหรับ loveholidays นี่คือความหมายที่แท้จริงของ “ความฉลาดรอบด้านสำหรับการท่องเที่ยว” นั่นคือการผสานเทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาขึ้นเข้ากับความเชี่ยวชาญของบุคลากร แล้วเปิดให้ทีมต่าง ๆ ทั่วทั้งองค์กรเข้าถึงทั้งสองสิ่งได้มากขึ้น

Codex กำลังทำให้เส้นแบ่งระหว่างคนที่คิดไอเดียกับคนที่สามารถนำไอเดียนั้นมาสร้างให้เกิดขึ้นจริงค่อยๆ หมดไป

ก้าวสู่ยุคใหม่ของการทำงาน

ธุรกิจกว่า 1 ล้านแห่งทั่วโลกต่างเห็นผลลัพธ์จริงจากการใช้ OpenAI