อัปเดตเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569: แอป Codex พร้อมให้ใช้งานบน Windows แล้ว
แอป Codex สำหรับ macOS มาพร้อมอินเทอร์เฟซใหม่ที่ทรงพลัง ออกแบบมาสำหรับการทำงานกับเอเจนต์หลายตัวพร้อมกัน รองรับการรันงานแบบขนาน และการทำงานร่วมกับเอเจนต์ในงานระยะยาว
เราอยากให้ทุกคนได้เห็นว่าตอนนี้ Codex ทำอะไรได้มากกว่าที่เคย Codex เปิดให้ใช้งานบน ChatGPT Free และ Go ในช่วงนี้ พร้อมเพิ่มขีดจำกัดการใช้งานเป็น 2 เท่าสำหรับแพ็กเกจ Plus, Pro, Business, Enterprise และ Edu โดยขีดจำกัดที่เพิ่มขึ้นนี้ใช้ได้กับ Codex ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นในแอป ผ่าน CLI ใน IDE หรือบนคลาวด์
แอป Codex เปลี่ยนทั้งวิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์และขอบเขตของผู้ที่สามารถสร้างซอฟต์แวร์ได้ ตั้งแต่การทำงานร่วมกับเอเจนต์ตัวเดียวเพื่อแก้ไขงานเฉพาะจุด ไปจนถึงการกำกับทีมเอเจนต์ที่ทำงานร่วมกันตลอดวงจรการออกแบบ พัฒนา ปล่อยฟีเจอร์ และดูแลซอฟต์แวร์
นับตั้งแต่ Codex เปิดให้ใช้งานในเดือนเมษายน 2568 รูปแบบการทำงานของนักพัฒนากับเอเจนต์ได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ในปัจจุบัน โมเดลสามารถจัดการงานที่ซับซ้อนและใช้เวลานานได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และนักพัฒนาก็เริ่มกำกับการทำงานของเอเจนต์หลายตัวข้ามโปรเจกต์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการมอบหมายงาน การรันงานแบบขนาน หรือการไว้วางใจให้เอเจนต์รับผิดชอบโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่อาจใช้เวลาหลายชั่วโมง หลายวัน หรือหลายสัปดาห์ โจทย์หลักในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่เอเจนต์ทำอะไรได้บ้างอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการที่มนุษย์จะสั่งงาน กำกับดูแล และทำงานร่วมกับเอเจนต์เหล่านี้ในระดับขนาดใหญ่ได้อย่างไร ขณะที่ IDE และเครื่องมือแบบเทอร์มินัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับรูปแบบการทำงานในรูปแบบนี้
เมื่อแนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์เปลี่ยนไปพร้อมกับความสามารถของโมเดลรุ่นใหม่ เครื่องมือที่ใช้ก็ต้องเปลี่ยนตาม แอป Codex บนเดสก์ท็อปจึงได้รับการออกแบบมาให้เป็นศูนย์ควบคุมสำหรับเอเจนต์
แอป Codex เป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานร่วมกับเอเจนต์หลายงานพร้อมกัน โดยแต่ละเอเจนต์จะทำงานในเธรดแยกตามโปรเจกต์ ทำให้สามารถสลับระหว่างงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หลุดบริบท คุณสามารถดูการเปลี่ยนแปลงของเอเจนต์ในเธรด แสดงความคิดเห็นบน diff และเปิดงานนั้นใน editor เพื่อแก้ไขด้วยตนเองได้ทันที
แอป Codex รองรับ worktrees ในตัว ทำให้เอเจนต์หลายตัวสามารถทำงานบน repository เดียวกันได้โดยไม่ชนกัน เอเจนต์แต่ละตัวจะทำงานบนสำเนาโค้ดที่แยกออกจากกัน ช่วยให้คุณลองแนวทางที่แตกต่างได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อโค้ดหลัก ระหว่างที่เอเจนต์ทำงานอยู่ คุณสามารถนำการเปลี่ยนแปลงมาใช้งานในเครื่องได้ หรือปล่อยให้เอเจนต์ทำงานต่อไปโดยไม่กระทบสถานะ git ในเครื่องของคุณ
แอปจะดึงประวัติการทำงานและการตั้งค่าจาก Codex CLI และส่วนขยายใน IDE ของคุณมาโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณสามารถเริ่มใช้งานกับโปรเจกต์ที่มีอยู่ได้ทันที
Codex กำลังก้าวจากการเป็นเอเจนต์ที่เน้นการเขียนโค้ด ไปสู่เอเจนต์ที่ใช้โค้ดเพื่อทำงานจริงบนคอมพิวเตอร์ของคุณ โดย สกิล(เปิดในหน้าต่างใหม่) ช่วยให้ Codex ทำงานได้มากกว่าการสร้างโค้ด เช่น การรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูล การแก้ปัญหา และการเขียน เป็นต้น
Skills รวมคำแนะนำ ทรัพยากร และสคริปต์ เพื่อให้ Codex เชื่อมต่อกับเครื่องมือ เรียกใช้เวิร์กโฟลว์ และทำงานให้เสร็จตามความต้องการของทีมคุณได้อย่างเชื่อถือ แอป Codex มีอินเทอร์เฟซเฉพาะสำหรับการสร้างและจัดการสกิล คุณสามารถระบุให้ Codex ใช้สกิลที่ต้องการได้โดยตรง หรือปล่อยให้ Codex เลือกใช้สกิลที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติตามงานที่กำลังทำอยู่
เราให้ Codex สร้างเกมแข่งรถหนึ่งเกม ที่มีนักแข่งหลายราย แผนที่ทั้งหมดแปดสนาม รวมถึงไอเท็มที่ผู้เล่นสามารถใช้ได้ด้วยปุ่มสเปซบาร์ Codex สร้างเกมนี้ขึ้นมาโดยใช้ สกิลการสร้างรูปภาพ(เปิดในหน้าต่างใหม่) (ขับเคลื่อนโดย GPT Image) และ สกิลการพัฒนาเกมบนเว็บ(เปิดในหน้าต่างใหม่) โดยทำงานด้วยตัวเองจากคำสั่งเริ่มต้นเพียงครั้งเดียว และใช้ token มากกว่า 7 ล้าน token ตลอดกระบวนการ Codex รับบททั้งนักออกแบบ นักพัฒนาเกม และผู้ทดสอบคุณภาพ โดยตรวจสอบผลงานของตัวเองผ่านการเล่นเกมจริง
เราได้แนบเกมนี้ไว้ด้านล่าง พร้อมทั้งคำสั่งเริ่มต้นและสกิลที่ใช้ในการสร้างเกม นอกจากนี้ คุณยังสามารถลองเล่นเวอร์ชันก่อนหน้า เพื่อดูการพัฒนาของ Codex เมื่อทำงานต่อเนื่องในระยะยาว
เกมนี้ถูกสร้างขึ้นด้วย Codex โดยใช้สกิลการพัฒนาเกมบนเว็บจากคำสั่งเริ่มต้นด้านล่าง ซึ่งเราได้เรียบเรียงใหม่ให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น:
Implement Voxel Velocity as a 3D voxel kart racer using Three.js, with exactly one mode: Single Race (always 3 laps, 1 human vs 7 CPU, and all 8 tracks available immediately with no progression). Build a minimal pre-race flow with only: Track (8), Character (8), Difficulty (Chill/Standard/Mean), optional Mirror Mode, optional Allow Clones, and Start Race, plus an Options menu and an in-race pause menu (Resume / Restart / Quit). Create an arcade driving model with responsive handling, forgiving glancing wall hits, meaningful drifting as the main skill, and a drift-charge system that produces exact boost tiers (Tier 1 0.7s, Tier 2 1.1s, Tier 3 1.5s) while keeping baseline speed “fast-but-readable” and pack passing constant on wide roads. Implement exactly 8 items with one-item capacity, subtle position-weighted distribution, and mild effects (max loss of control ≤1.2s, max steering disabled ≤0.6s) that create goofy chaos without hard stuns, plus off-road slowdowns that are reduced by 50% during boosts. Define the 8 characters with their given stats and AI tendencies, implement CPU difficulty presets and track-authored racing/variation splines, drift zones, and hazard avoidance so AI uses multi-lane width for clean overtakes, and ship HUD/audio essentials (position, lap/final lap banner, minimap, item slot, timer/splits, readable SFX, and one music loop per track).
หลังจากนั้น Codex จะได้รับคำสั่งเพิ่มเติมแบบสุ่มจากชุดคำสั่งทั่วไป 10 รายการ เพื่อทำงานกับโจทย์นี้ต่อไป หนึ่งในตัวอย่างคำสั่งคือ:
Your job is to add new features so the game matches the original more closely. First, play the game and identify what’s missing vs. the original. Then pick a few missing features and implement them. After each feature, thoroughly test it by playing the game and confirm it works. If you notice any bugs while playing, prioritize fixing them too.
ที่ OpenAI เราได้พัฒนาสกิลขึ้นมาหลายร้อยรายการภายในองค์กร เพื่อช่วยให้หลายทีมสามารถมอบหมายงานให้ Codex ได้อย่างมั่นใจ แม้งานเหล่านั้นจะเป็นงานที่กำหนดรูปแบบให้สม่ำเสมอได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการรัน evals การดูแลการเทรนโมเดล การร่างเอกสาร หรือการรายงานผลจากเกี่ยวกับการเติบโตของโปรดักต์
แอป Codex มาพร้อมคลังสกิลสำหรับเครื่องมือและเวิร์กโฟลว์ที่ใช้งานจริงภายใน OpenAI โดยเราคัดตัวอย่างบางส่วนมาให้ดูด้านล่าง คุณสามารถดูรายการทั้งหมดได้ใน โอเพนซอร์สรีโป(เปิดในหน้าต่างใหม่)
- นำดีไซน์ไปใช้งานจริง: ดึงบริบทของดีไซน์ asset และภาพหน้าจอจาก Figma(เปิดในหน้าต่างใหม่) แล้วแปลงเป็นโค้ด UI ที่พร้อมใช้งานจริง โดยคงความเหมือนของภาพแบบ 1:1
- จัดการโปรเจกต์: คัดแยกบั๊ก ติดตามการปล่อยเวอร์ชัน จัดการภาระงานของทีม และงานอื่นๆ ผ่าน Linear(เปิดในหน้าต่างใหม่) เพื่อให้โปรเจกต์เดินหน้าต่อได้อย่างต่อเนื่อง
- นำขึ้นใช้งานบนคลาวด์: ให้ Codex นำเว็บแอปของคุณขึ้นใช้งานบนผู้ให้บริการคลาวด์ยอดนิยม เช่น Cloudflare(เปิดในหน้าต่างใหม่) Netlify(เปิดในหน้าต่างใหม่) Render(เปิดในหน้าต่างใหม่) และ Vercel(เปิดในหน้าต่างใหม่)
- สร้างรูปภาพ: ใช้ สกิลการสร้างรูปภาพ(เปิดในหน้าต่างใหม่) ที่ขับเคลื่อนโดย GPT Image เพื่อสร้างและแก้ไขรูปภาพสำหรับใช้ในเว็บไซต์ UI mockup ภาพโปรดักต์ และ asset สำหรับเกม
- พัฒนาด้วย OpenAI API: ใช้เอกสารล่าสุด(เปิดในหน้าต่างใหม่)ในการพัฒนาด้วย OpenAI API
- สร้างเอกสาร: ชุดสกิลสำหรับการอ่าน การสร้าง และการแก้ไขไฟล์ PDF(เปิดในหน้าต่างใหม่) สเปรดชีต(เปิดในหน้าต่างใหม่) และ ไฟล์ docx(เปิดในหน้าต่างใหม่) ที่มีการจัดรูปแบบและเลย์เอาต์ระดับมืออาชีพ
อัปเดตเว็บไซต์ด้วยสกิล Vercel และสกิลการสร้างรูปภาพ
สร้างสเปรดชีตสำหรับสร้างรายการช้อปปิ้งด้วยสกิลการใช้สเปรดชีต
จัดการปัญหางานค้างของคุณด้วย Linear
เมื่อคุณสร้างสกิลใหม่ในแอป Codex จะสามารถนำสกิลนั้นไปใช้ในทุกที่ที่คุณทำงาน ไม่ว่าจะเป็นในแอป ผ่าน CLI หรือในส่วนขยายของ IDE คุณยังสามารถเพิ่มสกิลเข้าไปใน repository เพื่อให้ทั้งทีมใช้งานร่วมกันได้ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแชร์สกิลด้วยการตั้งค่าระดับทีมได้ ที่นี่(เปิดในหน้าต่างใหม่)
ภายในแอป Codex คุณสามารถตั้งค่า Automations เพื่อให้ Codex ทำงานเบื้องหลังตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ Automations จะทำการรวมคำสั่งเข้ากับสกิล (หากมี) และรันงานอัตโนมัติตามรอบที่ตั้งไว้ เมื่อ Automations ทำงานเสร็จ ผลลัพธ์จะถูกส่งไปยังคิวตรวจสอบ เพื่อให้คุณสามารถกลับมาทำงานต่อได้หากจำเป็น
ที่ OpenAI เราใช้ Automations สำหรับงานประจำที่สำคัญ เช่น การ triage issue รายวัน การตรวจและสรุปความล้มเหลวของ CI การสร้าง release brief ประจำวัน การตรวจหาบั๊ก และงานอื่นๆ
ตั้งค่า Automation เพื่อสร้างสกิลใหม่เป็นระยะ
นักพัฒนาแต่ละคนมีวิธีทำงานร่วมกับเอเจนต์ที่ต่างกัน บางคนต้องการพาร์ทเนอร์ที่ตรงไปตรงมาและเน้นการลงมือทำ ขณะที่บางคนชอบการสื่อสารที่เปิดกว้างและเป็นกันเองมากกว่า ตอนนี้ Codex เปิดให้ผู้พัฒนาเลือกบุคลิกได้สองแบบ ระหว่างสไตล์ที่กระชับ เน้นการทำงานจริง และสไตล์ที่สื่อสารมากขึ้นและเข้าอกเข้าใจ โดยไม่เปลี่ยนแปลงความสามารถของเอเจนต์ เพื่อให้เข้ากับแนวทางการทำงานที่คุณถนัดที่สุด เพียงใช้คำสั่ง /personality ทั้งในแอป CLI และส่วนขยายใน IDE
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีตั้งค่าและใช้งานแอป Codex ได้ใน เอกสาร(เปิดในหน้าต่างใหม่)
เราออกแบบสแตกเอเจนต์ของ Codex โดยให้ความปลอดภัยเป็นแกนหลักตั้งแต่ต้น แอป Codex ใช้ระบบ sandbox ระดับระบบปฏิบัติการแบบ โอเพนซอร์ส(เปิดในหน้าต่างใหม่) ที่ปรับแต่งได้ เช่นเดียวกับ Codex CLI โดยเอเจนต์ของ Codex จะถูกจำกัดให้แก้ไขไฟล์ได้เฉพาะในโฟลเดอร์หรือ branch ที่กำลังทำงานอยู่ และใช้ได้เฉพาะการค้นหาเว็บจากแคช ก่อนจะขออนุญาตเมื่อจำเป็นต้องรันคำสั่งที่ใช้สิทธิ์ระดับสูง เช่น การเข้าถึงเครือข่าย คุณสามารถ กำหนดกฎ(เปิดในหน้าต่างใหม่) สำหรับโปรเจกต์หรือทีมของคุณเพื่ออนุญาตให้บางคำสั่งรันด้วยสิทธิ์ที่สูงขึ้นได้โดยอัตโนมัติ
แอป Codex พร้อมให้ใช้งานแล้วบน macOS ผู้ใช้แพ็กเกจ ChatGPT Plus, Pro, Business, Enterprise หรือ Edu สามารถใช้งาน Codex ได้ผ่าน CLI, เว็บ, ส่วนขยายใน IDE และแอป โดยลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี ChatGPT การใช้งาน Codex รวมอยู่ในแพ็กเกจ ChatGPT แล้ว และสามารถซื้อเครดิตเพิ่มเติมได้หากต้องการ
Codex เปิดให้ใช้งานบน ChatGPT Free และ Go ในช่วงนี้ เพื่อรองรับการทำงานร่วมกับเอเจนต์ พร้อมเพิ่มขีดจำกัดการใช้งานเป็น 2 เท่าสำหรับทุกแพ็กเกจแบบชำระเงิน
ทั้งองค์กรและนักพัฒนาต่างหันมาใช้ Codex มากขึ้น เพื่อรองรับการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบครบวงจร นับตั้งแต่ GPT‑5.2‑Codex ได้เปิดตัวในช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ปริมาณการใช้งาน Codex โดยรวมเพิ่มขึ้นสองเท่า และในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีนักพัฒนามากกว่าหนึ่งล้านคนที่ได้ใช้งาน Codex เราจะเดินหน้าพัฒนา Codex ให้รองรับการใช้งานที่หลากหลายขึ้น ทั้งการรองรับ Windows การพัฒนาขีดความสามารถของโมเดลให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น และการทยอยเปิดใช้การประมวลผลที่เร็วขึ้น
ภายในแอป เราจะปรับปรุงเวิร์กโฟลว์แบบหลายเอเจนต์อย่างต่อเนื่องจากการใช้งานจริง เพื่อให้การจัดการงานแบบขนานทำได้ง่ายขึ้น และการสลับการทำงานระหว่างเอเจนต์ทำได้โดยไม่หลุดบริบท เรากำลังพัฒนา Automations ให้รองรับทริกเกอร์บนคลาวด์ เพื่อให้ Codex สามารถทำงานเบื้องหลังได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่คอมพิวเตอร์ของคุณไม่ได้เปิดอยู่
Codex ได้รับการพัฒนาขึ้นจากแนวคิดที่เรียบง่ายว่า ทุกอย่างสามารถควบคุมได้ด้วยโค้ด ยิ่งเอเจนต์มีความสามารถในการให้เหตุผลและสร้างโค้ดได้ดีเท่าไร ก็ยิ่งมีความสามารถมากขึ้นในงานด้านเทคนิคและความรู้ทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในปัจจุบันคือช่องว่างระหว่างสิ่งที่โมเดลระดับแนวหน้าทำได้ กับความง่ายที่ผู้คนจะนำความสามารถเหล่านั้นมาใช้งานจริง Codex ได้รับการออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างนั้น โดยทำให้การสั่งงาน การกำกับดูแล และการนำศักยภาพทั้งหมดของโมเดลมาใช้กับงานจริงทำได้ง่ายขึ้น เราได้มุ่งเน้นที่จะพัฒนา Codex ให้เป็นเอเจนต์ด้านการเขียนโค้ดที่ดีที่สุด ซึ่งยังได้วางรากฐานให้ Codex กลายเป็นเอเจนต์ที่แข็งแกร่งสำหรับงานด้านความรู้ในวงกว้าง ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเขียนโค้ดเท่านั้น เราตั้งตารอที่จะได้เห็นสิ่งที่คุณจะสร้างด้วย Codex


