ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
OpenAI

ช่วยให้ทีมรับมือภัยพิบัติประยุกต์ใช้ AI ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งเอเชีย

การประชุมเชิงปฏิบัติการด้าน AI ครั้งแรกในลักษณะนี้ที่จัดร่วมกับ Gates Foundation, ADPC และ DataKind

ณ กรุงเทพมหานครในวันนี้ เราได้รวมตัวผู้นำด้านการจัดการภัยพิบัติกว่า 50 คนจากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เพื่อร่วมการประชุม AI Jam ครั้งแรกสำหรับบุคลากรด้านการจัดการภัยพิบัติ ภายใต้ความร่วมมือกับ Gates Foundation ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC) และ DataKind

โจทย์หลักที่ขับเคลื่อนโครงการนี้แม้จะฟังดูง่ายแต่มีความจำเป็นเร่งด่วน นั่นคือ จะช่วยให้รัฐบาลและองค์กรไม่แสวงหากำไรทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไรในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด

ผู้เข้าร่วมมาจาก 13 ประเทศปรพกอบด้วย บังกลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมา เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไทย ติมอร์-เลสเต เวียดนาม ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพหุภาคี และองค์กรไม่แสวงหากำไร หลายคนมีประสบการณ์โดยตรงในการตอบโต้ภัยพิบัติในพื้นที่ ทั้งการประสานงานข้อมูล สนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และตัดสินใจในสถานการณ์ที่ทุกวินาทีมีความหมาย

การดำเนินงานนี้ยังต่อยอดมาจากการขยายโครงการ OpenAI for Countries(เปิดในหน้าต่างใหม่) ที่เราประกาศไปในการประชุมที่ดาโวส หัวใจสำคัญของการทำงานนี้คือ ช่วยให้หน่วยงานต่างๆ เปลี่ยนจากแค่ความสนใจ AI มาเป็นการประยุกต์ใช้จริง โดยนำเทคโนโลยีนี้ไปผสานเข้ากับการแก้ไขความท้าทายในการดำเนินงานที่ต้องเผชิญในทุกๆ วัน

การรับมือกับความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่เพิ่มขึ้นในเอเชีย 

ทีมรับมือภัยพิบัติมักปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่มีทรัพยากรจำกัด โดยต้องทำงานกับข้อมูลที่กระจัดกระจาย กระบวนการที่ต้องทำด้วยตนเอง และโครงสร้างพื้นฐานที่จำกัด ข้อจำกัดเหล่านี้อาจทำให้การประสานงานล่าช้าและทำให้การตัดสินใจที่สำคัญล่าช้าออกไป โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งข้อมูลที่ทันท่วงทีเป็นสิ่งจำเป็น หลายทีมกำลังสำรวจว่า AI จะสามารถสนับสนุนเวิร์กโฟลว์เหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้นอย่างไร

ความจำเป็นเร่งด่วนนี้มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นในทุกขณะ ในช่วงครึ่งหลังพายุไต้ฝุ่นและพายุรุนแรงหลายลูกที่พัดถล่มทั่วเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้สร้างความเสียหายต่อชุมชนต่างๆ และทำให้ระบบตอบโต้ภัยพิบัติต้องทำงานหนักจนเกินขีดจำกัด เอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่เผชิญภัยพิบัติมากที่สุดในโลก โดยคิดเป็นประมาณ 75% ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทั่วโลก ธนาคารโลกประเมินว่า ภัยพิบัติได้สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศอาเซียนมากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 

ในสภาวะเช่นนี้ เราสังเกตเห็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวิธีการที่ประชาชนมองหาที่พึ่งและการดูแล ในช่วงที่เกิดพายุไซโคลนดิตวา (Ditwah) ในศรีลังกา ข้อมูลภายในพบว่ามีการส่งข้อความเกี่ยวกับพายุไซโคลนบน ChatGPT เพิ่มขึ้นถึง 17 เท่า สะท้อนถึงการนำ AI มาใช้เป็นช่องทางหาข้อมูลละคำแนะนำในยามคับขัน ในช่วงพายุไซโคลนเซนยาร์ (Senyar) เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ประเทศไทยพบการใช้งาน AI พุ่งสูงขึ้นในลักษณะเดียวกัน โดยมีปริมาณข้อความเพิ่มขึ้นถึง 3.2 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สิ่งนี้แสดงถึงโอกาสอันชัดเจนในการผสาน AI เข้ากับกระบวนการทำงานของทีมตอบโต้ภัยพิบัติ ทั้งในด้านการรวบรวมข้อมูล การตัดสินใจ และการสื่อสารในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินโดยตรงยิ่งขึ้น

การสร้างโซลูชัน AI ที่ใช้งานได้จริง

นี่คือประเด็นหลักที่ Jam ของเรามุ่งเน้น ในเซสชันวันนี้ ผู้เข้าร่วมได้ทำงานเคียงข้างกับผู้เชี่ยวชาญจาก OpenAI เพื่อมองหาแนวทางปฏิบัติจริงที่ AI จะช่วยสนับสนุนงานประจำวันได้ โดยแทนที่จะเริ่มจากศูนย์ พวกเขาได้ทดลองสร้าง GPTs เฉพาะด้านและกระบวนการทำงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ในสถานการณ์ต่างๆ ตั้งแต่การรายงานสถานการณ์ การประเมินความต้องการ ไปจนถึงการสื่อสารกับสาธารณะ เซสชันต่างๆ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ และการสร้างความเชื่อมั่นภายในองค์กรเพื่อนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย กล่าวเปิดการประชุมโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือและการตอบสนองต่อภัยพิบัติทั่วทั้งภูมิภาค

“ในอนาคต AI ที่ทรงพลังที่สุดจะไม่ใช่เพียงระบบที่ฉลาดที่สุด แต่จะเป็นระบบที่ผู้คนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด เทคโนโลยีจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันสามารถเข้าถึงผู้คนที่ต้องการมันมากที่สุดเท่านั้น ขีดความสามารถในการแก้ไขความท้าทายในโลกความเป็นจริงนั้นมีอยู่พร้อมแล้วในปัจจุบัน และความร่วมมือระหว่าง OpenAI, ADPC และ Gates Foundation ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าการนำความเชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนมารวมกัน สามารถเปลี่ยนศักยภาพเหล่านั้นให้กลายเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาที่ใช้งานได้จริงในวงกว้าง”

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย

เซสชันนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างสิ่งที่กระแสความตื่นตัวในเรื่อง AI ครอบคลุมไปทั่วเอเชีย แต่โอกาสที่แท้จริงคือการเปลี่ยนความสนใจนั้นให้เป็นขีดความสามารถที่ใช้งานได้จริง การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการตอบโต้ภัยพิบัติโดยตรง ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเครื่องมือเหล่านี้จะมีประโยชน์ เข้าถึงง่าย และตั้งอยู่บนพื้นฐานความต้องการในโลกแห่งความเป็นจริง”

—Sandy Kunvatanagarn หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะของ OpenAI

“การเสริมสร้างความรู้และทักษะให้แก่ผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่เช่น AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ คือหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อยกระดับการเตรียมรับมือและการจัดการภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เรารู้สึกภาคภูมิใจในการผสานความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วภูมิภาค เพื่อสร้างสรรค์เครื่องมือที่พร้อมสนับสนุนการทำงานได้ในทันที”

—Dr. Valerie Nkamgang Bemo รองผู้อำนวยการฝ่ายรับมือเหตุฉุกเฉินของ Gates Foundation

“AI กำลังเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการทำความเข้าใจและตอบโต้ภัยพิบัติ ADPC ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับเครื่องมือทางภูมิสารสนเทศและการวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลดาวเทียมและการสังเกตการณ์โลกให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้งานได้จริง AI Skills Jam สามารถช่วยยกระดับความฉลาดทางดิจิทัลด้าน AI และเสริมศักยภาพให้ผู้คนสามารถค้นหาแนวทางแก้ไขความท้าทายจากภัยพิบัติได้

เราสามารถผสานเครื่องมือ AI เข้ากับความเชี่ยวชาญและและความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ปรับปรุงการจัดทำแผนที่ความเสี่ยง และสนับสนุนการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นสำหรับชุมชนและรัฐบาลทั่วทั้งภูมิภาค”

—Aslam Perwaiz ผู้อำนวยการบริหารจาก ADPC

พวกเราและพันธมิตรกำลังเตรียมขยายผลสู่ระยะที่สองในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยมุ่งเน้นการทดลองใช้งานจริงในพื้นที่นำร่อง และการสร้างความร่วมมือทางเทคนิคที่เข้มข้นขึ้นกับองค์กรที่เข้าร่วมทั่วทั้งภูมิภาค เราหวังว่าจะได้สานต่องานนี้ต่อไป พร้อมพัฒนาเครื่องมือเชิงปฏิบัติที่ช่วยให้ชุมชนเตรียมพร้อมรับมือและตอบสนองต่อภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

1  แหล่งที่มา(เปิดในหน้าต่างใหม่): การดำเนินงานด้านมนุษยธรรม ธันวาคม 2568 

2 แหล่งที่มา(เปิดในหน้าต่างใหม่) ธนาคารโลก กุมภาพันธ์ 2569