แนวทางของเราต่อความร่วมมือกับภาครัฐและความมั่นคงแห่งชาติ
รัฐบาลกำลังเริ่มนำระบบ AI ระดับแนวหน้ามาใช้กับงานที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ สิ่งนี้ทำให้ห้องปฏิบัติการ AI รัฐบาล และภาคประชาสังคม จำเป็นต้องทำงานร่วมกันมากขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางการใช้เครื่องมือเหล่านี้ในบริบทที่มีความอ่อนไหว
เราเชื่อว่าสังคมประชาธิปไตยควรสามารถใช้ AI เพื่อคุ้มครองผู้คน ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ให้บริการสาธารณะ และรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ได้ รวมถึงในด้านการป้องกันทางไซเบอร์และความมั่นคงทางชีวภาพ ซึ่ง AI สามารถสร้างความได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญให้กับฝ่ายป้องกัน แต่ระบบ AI ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต้องได้รับการนำไปใช้งานในลักษณะที่ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสาธารณะในระบอบประชาธิปไตย การใช้วิจารณญาณของมนุษย์อย่างมีความหมาย และหลักนิติธรรม รวมถึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถาบันทางประชาธิปไตย แทนที่จะเป็นการกระจุกตัวของอำนาจ
วันนี้เราได้เผยแพร่หลักการด้านความมั่นคงแห่งชาติของ OpenAI เพื่อสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับแนวทางของเราในการสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและการใช้เทคโนโลยีของเราเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ
หลักการเหล่านี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทั้งองค์กรในการพัฒนาแนวทางที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับการดำเนินงานของเราในด้านความมั่นคงแห่งชาติและการบังคับใช้กฎหมาย ขณะที่เทคโนโลยีของเรายังคงก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เราได้ร่วมงานกับ David Kris ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อช่วยดำเนินกระบวนการและให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระ พร้อมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วทั้งบริษัท และเชิญพนักงานจากหลายทีมเข้าร่วม ตั้งแต่ฝ่ายวิจัยและความปลอดภัย ไปจนถึงฝ่ายนโยบายและความร่วมมือกับภาครัฐ
เราเผยแพร่หลักการเหล่านี้ในตอนนี้ เนื่องจากเรากำลังขยายความร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตรในด้านการป้องกันที่สำคัญ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และทางชีวภาพ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ Daybreak ซึ่งเป็นโครงการด้านการป้องกันภัยไซเบอร์ของเรา เราได้จัดตั้งความร่วมมือ Trusted Access for Cyber ร่วมกับออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสถาบันของสหภาพยุโรป เช่น ENISA แล้ว เรายังสานต่อความร่วมมือที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและตั้งอยู่บนความไว้วางใจกับรัฐบาลสหราชอาณาจักรในด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ การทดสอบ และการประเมินผล เรากำลังใช้แนวทางที่คล้ายกันในด้านความมั่นคงทางชีวภาพ เมื่อเดือนที่แล้ว เรายังประกาศขยายการเข้าถึงโมเดล GPT‑Rosalind ของเราอย่างปลอดภัย ให้แก่พันธมิตรในรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตรที่ได้รับเลือก ซึ่งสนับสนุนภารกิจด้านสาธารณสุขและการป้องกันทางชีวภาพ
หลักการเหล่านี้ครอบคลุมความร่วมมือด้านความมั่นคงแห่งชาติและการบังคับใช้กฎหมายของเราทั้งในปัจจุบันและในอนาคต รวมถึงความร่วมมือที่เรามีอยู่กับกระทรวงสงคราม เมื่อเราประกาศข้อตกลงเมื่อต้นปีนี้ เราได้ชี้แจงข้อจำกัดตามสัญญาหลายประการ ได้แก่ ห้ามใช้เทคโนโลยีของ OpenAI ในการสอดส่องประชาชนภายในประเทศในวงกว้าง ห้ามใช้เทคโนโลยีของ OpenAI เพื่อควบคุมระบบอาวุธอัตโนมัติ และห้ามใช้เทคโนโลยีของ OpenAI สำหรับการตัดสินใจโดยอัตโนมัติที่มีความเสี่ยงสูง ข้อจำกัดเหล่านั้นสอดคล้องกับหลักการที่เราเผยแพร่ในวันนี้
เราเชื่อว่าสิ่งที่ถูกต้องคือการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเทคโนโลยีของเราสามารถและไม่สามารถนำไปใช้ในด้านใดได้บ้าง พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างโปร่งใส อย่างไรก็ตามคำถามสำคัญที่สุดหลายประการเกี่ยวกับการใช้ AI ในภาครัฐ โดยเฉพาะด้านความมั่นคงแห่งชาติ ควรได้รับคำตอบผ่านกระบวนการประชาธิปไตย บทบาทของบริษัทอย่างเราคือการช่วยให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเหล่านั้น ไม่ใช่เป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงฝ่ายเดียว ด้วยเหตุนี้ เราจึงสนับสนุนการผลักดันกฎหมายเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองสำหรับการใช้ AI ทางการทหารที่มีความเสี่ยงสูงบางประเภท รวมถึงการเฝ้าระวังประชาชนภายในประเทศ การใช้ระบบอาวุธอัตโนมัติ และการใช้งานที่มีความเสี่ยงสูงอื่นๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ
อ่านหลักการได้ที่นี่(เปิดในหน้าต่างใหม่)


