Endava สร้างองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์โดยใช้ Codexได้อย่างไร
Endava นำ Codex มาใช้เพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระดับสูงให้ครอบคลุมตลอดทั้งวงจรการส่งมอบงาน

Weeks → hours
ลดเวลาในการวิเคราะห์ความต้องการด้วย Codex
Endava เป็นบริษัทรับจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกที่มีวิศวกรกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย ได้เป็นหนึ่งในองค์กรกลุ่มแรกที่นำ Codex มาใช้งาน สำหรับธุรกิจที่เน้นการส่งมอบซอฟต์แวร์คุณภาพสูงให้กับธนาคาร บริษัทประกัน ผู้ค้าปลีก และบริษัทสื่อ ผลลัพธ์ที่ได้จากการปรับปรุงในครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก
“เราเปลี่ยนจากการลงมือเขียนโค้ดเองเกือบทั้งหมด มาเป็นการควบคุมดูแลผลงานที่ Codex พัฒนาขึ้นมาแทน” Joe Dunleavy ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาคยุโรปของ Endava กล่าว “คุณภาพของผลลัพธ์ที่ได้ดีขึ้นเยอะมากๆ”
ปัจจุบัน Endava นิยามตัวเองว่าเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์: ซึ่งเป็นบริษัทที่นำความเชี่ยวชาญระดับสูงมามาแปลงเป็นโค้ดเพื่อสร้างเป็นเอเจนต์ที่ทำงานร่วมกับทีมงาน เพื่อให้ทำงานเคียงคู่ไปกับทีมงานตลอดทุกช่วงของการให้บริการลูกค้า ตั้งแต่ขั้นตอนการรับงาน การระดมความคิด ไปจนถึงการส่งมอบงานในที่สุด
“สิ่งที่ Codex ช่วยเราได้จริงๆ คือการทำให้ทีมขนาดเล็กสามารถสร้างผลงานที่มีมูลค่ามหาศาลได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด”
Codex ได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างวิศวกรระดับอาวุโสและระดับจูเนียร์ไปอย่างสิ้นเชิง รรองประธานอาวุโสระดับโลกด้านสถาปัตยกรรมเชิงเอเจนต์ของ Endava กล่าว “สถาปนิกอาวุโสอย่างผมซึ่งคุ้นเคยกับงานที่มีความซับซ้อน สามารถสื่อสารสิ่งที่เราต้องการออกมาได้ดี และ Codex ทำให้ข้อมูลนั้นเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายสำหรับสมาชิกในทีมที่มีประสบการณ์น้อยกว่า และในมุมมองของวิศวกรระดับจูเนียร์ พวกเขาสามารถนำเครื่องมือนี้ไปใช้และสร้างผลงานที่มีคุณภาพเทียบเท่าระดับอาวุโสได้”
สำหรับในทางปฏิบัติแล้ว นั่นหมายถึงการที่ทีมสามารถมอบหมายงานที่เคยต้องอาศัยวิศวกรระดับอาวุโสให้นักพัฒนาระดับจูเนียร์ทำได้ โดยมี Codex คอยชี้แนะแนวปฏิบัติมาตรฐานและการตัดสินใจทางเทคนิคที่สำคัญ “ผมสามารถใส่แนวคิดหรือมุมมองลงไปใน Codex ได้ และในขณะที่ทีมงานกำลังปฏิบัติงาน Codex จะช่วยให้พวกเขาสามารถทำความเข้าใจในมุมมองนั้นได้ดียิ่งขึ้น” Krolnik กล่าว “พวกเขาสามารถถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจได้” ในฐานะเครื่องมือการเรียนรู้ระหว่างการพัฒนา ผมสามารถนำประสบการณ์ของผมมาแปลงเป็นโค้ด และให้ Codex ทำงานร่วมกับทีมเพื่อสอนแนวทางปฏิบัติที่ดีกว่าในด้านสถาปัตยกรรมและการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้”
การถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ถือเป็นหนึ่งในคุณค่าและข้อได้เปรียบหลักขององค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์ วิจารณญาณของผู้มีประสบการณ์ระดับอาวุโส ซึ่งโดยปกติเกิดขึ้นจากการทำงานแบบจับคู่ การรีวิวโค้ด และการให้คำปรึกษาเป็นเวลาหลายปี กลายเป็นสิ่งที่ทีมสามารถทำงานควบคู่ไปด้วยได้แบบเรียลไทม์ สิ่งนี้เปลี่ยนรูปแบบที่การให้คำปรึกษาแก่นักพัฒนาระดับต้นขององค์กรสามารถเกิดขึ้นได้ มุมมองของผู้มีประสบการณ์ระดับอาวุโสเพียงคนเดียว เมื่อถูกใส่ไว้ใน Codex สามารถชี้นำทีมที่มีประสบการณ์น้อยกว่าหลายทีมไปพร้อมกันได้
“Codex เป็นเครื่องมือที่พัฒนาจนใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว เราใช้เอเจนต์นี้สำหรับการวิเคราะห์ความต้องการ การออกแบบ ข้อมูลจำเพาะ การพัฒนา และการดำเนินงาน มันเป็นเอเจนต์บนเดสก์ท็อปแบบทั่วไปที่ครอบคลุมตลอดทั้งวงจรการทำงานของเรา”
เมื่อมีดุลยพินิจจากผู้เชี่ยวชาญระดับอาวุโสพร้อมให้ใช้อยู่เสมอ ทุกขั้นตอนของการส่งมอบงานก็สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ Endava ไม่ได้มองว่าการวิเคราะห์ การออกแบบ และการพัฒนาเป็นขั้นตอนที่ดำเนินตามลำดับซึ่งส่งต่องานกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญอีกต่อไป “แต่ละขั้นตอนเหล่านี้เคยต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์เป็นวันๆ หรือเป็นสัปดาห์” Krolnik กล่าว “ตอนนี้ Codex สามารถรวมการวิเคราะห์ การออกแบบ และการสร้างเข้าไว้ด้วยกัน เราจึงสามารถทำทั้งหมดนั้นได้ด้วยเครื่องมือเดียวที่ครบวงจร”
การทำงานร่วมกันระหว่างทีมเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นภาพว่าสิ่งนี้เป็นจริงอย่างไรในการปฏิบัติงาน ทีมกฎหมายของ Endava ได้นำปัญหาที่ซับซ้อนมาปรึกษากับทีมวิศวกร ซึ่งประกอบด้วยการตรวจสอบเอกสารสัญญาจำนวนหลายพันหน้า โดยต้องเปรียบเทียบกับชุดเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างเฉพาะเจาะจง การแปลความต้องการของฝ่ายกฎหมายให้เป็นสิ่งที่ทีมวิศวกรสามารถนำไปพัฒนาต่อได้ ปกติแล้วต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการหารือกลับไปกลับมา แทนที่จะทำแบบเดิมแต่ทีมของ Krolnik กลับบันทึกการประชุมเชิงลึกที่ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียฝ่ายกฎหมาย แล้วนำข้อมูลที่ถอดความเป็นข้อความมาป้อนให้ Codex เพื่อให้มันสร้างเอกสารข้อกำหนดการทำงานออกมา สิ่งที่อาจต้องใช้เวลาปรับแก้หนึ่งหรือสองสัปดาห์ ถูกย่นเหลือเป็นการประชุมสองครั้ง ครั้งละหนึ่งชั่วโมง และได้ข้อกำหนดที่ใช้งานได้จริง
การประหยัดเวลาในลักษณะเดียวกันนี้ยังปรากฏให้เห็นในงานที่ให้บริการแก่ลูกค้าอีกด้วย ทีมของ Endava จัดทำเอกสารการออกแบบ แผนภาพ และข้อกำหนดจำเพาะแบบเรียลไทม์ระหว่างช่วงเวลาการประชุมกับลูกค้า เพื่อแสดงแนวคิดให้เห็นเป็นรูปธรรม “คุณสามารถบอกให้มันวาดแผนภาพสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่เสนอ เพื่อให้ลูกค้าของเราเข้าใจได้ง่ายขึ้น” Krolnik กล่าว “มันช่วยทำให้การประสานงานเร็วขึ้นมาก และเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้อีกมากมาย”
- ถอดรหัสองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญอาวุโสสู่ระบบข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดคือการนำวิจารณญาณของสถาปนิกอาวุโสมาใส่ไว้ใน Codex เพื่อให้ทีมงานระดับจูเนียร์สามารถเข้าถึงคำแนะนำจากมืออาชีพได้ในระหว่างการปฏิบัติงาน
- ให้ปฏิบัติต่อ Codex ในฐานะเอเจนต์บนเดสก์ท็อป ไม่ใช่แค่ผู้ช่วยเขียนโค้ด Endava ปลดล็อกขีดความสามารถใหม่ๆ ได้มากที่สุดจากการนำ Codex มาใช้ในขั้นตอนกำหนดความต้องการ การออกแบบ การสื่อสารกับลูกค้า และการปฏิบัติงานควบคู่ไปกับงานเขียนโค้ด
- อย่ามัวแต่คิด ให้ลองทำจริงไปเลยๆ “คำแนะนำข้อแรกของผมคือ อย่ามัวแต่คิดว่าอยากทำอะไร แต่ให้ลงมือทำจริงๆ ไปเลย” Dunleavy กล่าว คำแนะนำของ Endava สำหรับทีมที่เพิ่งเริ่มต้นคือ ให้เลือกกระบวนการทำงานที่ไม่ใช่การเขียนโค้ดก่อน เช่น การวิเคราะห์ความต้องการ เอกสารการออกแบบ หรือการสื่อสารกับลูกค้า วิธีที่เร็วที่สุดในการเห็นคุณค่าของ Codex อย่างเต็มที่ คือการนำไปใช้ในส่วนที่ทีมของคุณไม่เคยใช้เครื่องมือเขียนโค้ดมาก่อน
“Codex ช่วยเสริมศักยภาพในทุกทักษะที่ผมมี และทุกคนที่ใช้งานเครื่องมือนี้เป็น ก็จะสามารถดึงศักยภาพสูงสุดของตนเองออกมาได้เช่นเดียวกัน”


