Endava พลิกโฉมการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่โดยใช้เอเจนต์ AI
Endava กำลังเร่งกระบวนการส่งมอบงานและพลิกโฉมขั้นตอนการทำงานในองค์กร ด้วยการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนประกอบหลักของการทำงานประจำวัน
Endava เป็นบริษัทให้บริการด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่สั่งสมประสบการณ์มากว่า 25 ปี ในการช่วยองค์กรธุรกิจแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนด้วยเทคโนโลยี ปัจจุบันพันธกิจดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่ AI มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่สำหรับ Endava การนำ AI มาใช้มีความหมายมากกว่าแค่การนำเครื่องมือใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ สิ่งนี้ต้องอาศัยการปรับปรุงกระบวนการทำงาน พฤติกรรมความเป็นผู้นำ และวิธีการทำงานร่วมกันของทีมในส่วนต่างๆ ของธุรกิจใหม่
เราได้พูดคุยกับ Matthew Cloke ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) เพื่อรับฟังแนวทางการนำ AI เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร การพลิกโฉมกระบวนการส่งมอบซอฟต์แวร์โดยมีเอเจนต์ AI เป็นหัวใจสำคัญ พร้อมทั้งการสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้เกิดการทดลองสิ่งใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานหลักในการทำงาน ไม่ใช่เพียงทางเลือก
“ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา AI ได้เข้ามาเปลี่ยน Endava อย่างสิ้นเชิง” Cloke กล่าว “เราต้องเผชิญกับคำถามสำคัญที่ว่า เราจะรักษาบทบาทที่สำคัญและเท่าทันโลกในยุค AI นี้ได้อย่างไร”
แนวคิดนั้นทำให้ Endava เลือก OpenAI เป็นแพลตฟอร์ม AI ระดับองค์กรของตน โดยเปิดให้พนักงานทั่วทั้งบริษัทเข้าถึง ChatGPT Enterprise และ Codex เป้าหมายไม่ใช่เพียงแค่การนำ AI ไปใช้ แต่คือการทำให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานในแต่ละวัน
“การเป็น AI-native ที่ Endava คือการคิดถึงการใช้ AI เพื่อแก้ปัญหาเป็นอันดับแรก” Cloke อธิบาย “มันเป็นสิ่งแรกที่คุณทำ ไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่คุณทำ”
“ถ้าผมคอยทำงานอยู่เบื้องหลัง ผมจะรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังใช้เวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์”
การเปลี่ยนผ่านด้าน AI ของ Endava เริ่มต้นจากภายในทีมส่งมอบซอฟต์แวร์ของบริษัท
ในขณะที่นักพัฒนาเริ่มทดลองเขียนโค้ดโดยใช้ AI ช่วยและเริ่มปรับใช้เวิร์กโฟลว์แบบเอเจนต์ ทีมงานก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่า อุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่ผลผลิตทางวิศวกรรมอีกต่อไป การรวบรวมความต้องการ การวิเคราะห์ธุรกิจ การวางแผน และการประสานงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งหมดนี้จำเป็นต้องดำเนินการให้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย
ความตระหนักรู้นั้นนำไปสู่การสร้าง DavaFlow(เปิดในหน้าต่างใหม่) ระเบียบวิธีการส่งมอบงานที่มี AI เป็นแกนหลักของบริษัท
“เราเริ่มตั้งคำถามถึงกระบวนการทำงานของเราว่า เราจะสามารถสร้างข้อกำหนดและส่งมอบโซลูชันทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้เร็วแค่ไหน” Cloke กล่าว
ปัจจุบันเทคโนโลยีของ OpenAI ถูกผสานอยู่ในทุกขั้นตอนของวงจรการทำงาน DavaFlow ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมและการวางแผนธุรกิจ ไปจนถึงการค้นหาโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ และการนำระบบไปใช้งานจริง
“ไม่มีส่วนไหนของ DavaFlow ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีของ OpenAI”
ที่สำคัญการนำไปใช้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มนักพัฒนาเท่านั้น
ทีมกฎหมายเริ่มนำ AI มาใช้เพื่อปรับปรุงเวิร์กโฟลว์การค้นคว้าและการจัดทำเอกสารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้จัดการโครงการเริ่มใช้ Codex เพื่อสร้างรายงานด้านการกำกับดูแลและสรุปความคืบหน้าด้านวิศวกรรม ทีมฝ่ายพาณิชย์เปลี่ยนจากการวางแผนที่ยุ่งยากด้วยสเปรดชีต มาเป็นการใช้แอปพลิเคชันจาก AI ที่ทำงานได้รวดเร็วและคล่องตัวกว่าเดิม
ในการหารือเรื่องราคาภายในทีมครั้งหนึ่ง พนักงานตัดสินใจทิ้งสเปรดชีตไปเลย แล้วเปลี่ยนมาสร้างแอปกำหนดราคาแบบหน้าเดียวที่ทีมต่างๆ สามารถใช้งานได้ทันที
“มันเปลี่ยนวิธีที่เราพูดคุยหารือกันไปคนละแบบเลย” Cloke กล่าว
ทุกวันนี้เอเจนต์ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทำงานประจำวันอย่างเต็มตัว ทีมผู้บริหารใช้เอเจนต์เพื่อสรุปโครงการ ทำให้การสื่อสารเป็นระบบอัตโนมัติ จัดการอีเมล และประสานงานแบบไม่ต้องรอกัน
- เร่งการส่งมอบซอฟต์แวร์ด้วยการผสานเอเจนต์ AI เข้ากับเวิร์กโฟลว์ด้านวิศวกรรม
- ขยายการนำ AI มาใช้จากทีมวิศวกรรมไปสู่ทีมกฎหมาย การเงิน และปฏิบัติการ
- ลดภาระงานการจัดทำรายงานและการประสานงานด้วยตนเองผ่านเวิร์กโฟลว์ที่มี AI ช่วยสนับสนุน
- ช่วยให้ทีมต่างๆ สามารถสร้างเครื่องมือและแอปพลิเคชันภายในได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากทีมวิศวกรรมโดยเฉพาะ
- ยกระดับความเชี่ยวชาญด้าน AI ให้เป็นมาตรฐานหนึ่งในการคัดเลือกพนักงานและเกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งทั่วทั้งองค์กร
ช่วงที่ Endava เดินหน้าปรับใช้ AI กับพนักงานทั้ง 11,000 คนทั่วโลก ก็เกิดหลักการพื้นฐานที่สำคัญหลายประการ:
- ให้มองว่าการนำ AI มาใช้คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ใช่แค่การเริ่มใช้ซอฟต์แวร์ทั่วไป
- ผู้นำจำเป็นต้องใช้ AI ในเชิงรุกเพื่อผลักดันการนำไปใช้ทั่วทั้งองค์กร
- เปิดพื้นที่ให้การทดลองแม้ผลลัพธ์จะยังไม่สมบูรณ์แบบ
- ดึงทีมที่ไม่ใช่สายเทคนิคเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่ในภายหลัง
- การได้ลงมือใช้งานจริงคือวิธีที่เร็วที่สุดในการขจัดความกังขา
- ทำให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานประจำวัน ไม่ใช่โครงการริเริ่มที่แยกออกมา
ในฐานะพันธมิตรระยะยาวของ OpenAI ทาง Endava มองว่ายุคถัดไปของ AI ระดับองค์กรจะเน้นไปที่การประสานการทำงาน ซึ่งเป็นการผสมผสานโมเดล เอเจนต์ เวิร์กโฟลว์ และความชำนาญของคนเข้าเป็นระบบเดียวเพื่อพลิกโฉมวิธีการทำงานขององค์กรใหม่ทั้งหมด
“เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับเวิร์กโฟลว์รูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถสร้างขึ้นได้จากการนำเครื่องมือเหล่านี้มาทำงานร่วมกัน” Cloke กล่าว
ไม่ว่าจะเป็นโมเดลด้านการใช้เหตุผล เอเจนต์ Codex ระบบอัตโนมัติ หรือการประสานงานภายในองค์กร ทาง Endava เชื่อมั่นว่า AI กำลังก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพไปแล้ว มันกำลังกลายเป็นรูปแบบการดำเนินงานหลักขององค์กรไปแล้ว
สำหรับองค์กรที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของเส้นทางนี้ Cloke ให้คำแนะนำง่ายๆ ว่า ให้เริ่มลองใช้เทคโนโลยีนี้เป็นการส่วนตัวดูก่อน
“อนาคตมาถึงแล้ว” เขากล่าว “คุณแค่ต้องกล้าเผชิญหน้าไปกับมัน”


