ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
OpenAI

8 มิถุนายน 2569

บริษัท

สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน: แผนงานของเรา

โดย Sam Altman และ Jakub Pachocki

กำลังโหลด…

ในทุกๆ สองสามชั่วอายุคน จะมีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปโดยสิ้นเชิง

ลองจินตนาการถึงตอนที่ไฟฟ้าเริ่มเข้าถึงเมืองในชนบทของอเมริกาเมื่อช่วงปีพ.ศ. 2463-2472 ก่อนจะมีไฟฟ้าใช้ ชีวิตประจำวันล้วนถูกตีกรอบด้วยข้อจำกัดทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการหาบน้ำ ซักผ้าด้วยมือ เก็บรักษาอาหารด้วยน้ำแข็ง และต้องหยุดพักกิจกรรมเกือบทั้งหมดเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ไฟฟ้าไม่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของทุกบ้านในคราวเดียว และผู้คนก็ไม่ได้ได้รับประโยชน์จากมันอย่างเท่าเทียมกันตั้งแต่แรก แต่เมื่อการเข้าถึงแพร่หลายมากขึ้น ชีวิตประจำวันของผู้คนก็เปลี่ยนไป แสงไฟยามค่ำคืนช่วยยืดเวลากลางวันออกไป ปั๊มไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบทำความเย็นช่วยลดงานประจำวันที่หนักที่สุดบางส่วนลง วิทยุทำให้ผู้คนสามารถรับฟังข่าวสาร เพลง และเรื่องราวจากพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเข้ามาสู่บ้านเรือนและพื้นที่ชุมชน

ในช่วงแรกไฟฟ้ามอบคุณค่าในเชิงปฏิบัติเป็นหลัก แต่ผลกระทบที่แท้จริงของมันมาจากความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อผู้คนจำนวนมากเริ่มใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ เมื่อเวลาผ่านไปความเป็นไปได้ใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นมากมาย โดยเครื่องจักรและคอมพิวเตอร์ได้ช่วยเร่งความก้าวหน้าในด้านการแพทย์ วิศวกรรม และอีกหลากหลายสาขาอย่างมหาศาล เมื่อถึงปลายศตวรรษที่ 20 อายุขัยเฉลี่ยได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 20 ปี และรายได้มัธยฐานที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้วเพิ่มขึ้นราวสามเท่า ความก้าวหน้าเหล่านี้ได้รับแรงผลักดันไม่น้อยเนื่องจากความก้าวหน้าในด้านการดูแลสุขภาพ สุขาภิบาล และมาตรฐานการครองชีพ ซึ่งหลายด้านเกิดขึ้นได้หรือพัฒนาเร็วขึ้นจากการใช้ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องระบบนิ

เรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นอีกครั้งกับ AI ในไม่ช้า AI จะสามารถทำสิ่งที่น่าทึ่งได้ แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ประเด็นสำคัญคือผู้คนสามารถใช้มันทำอะไรได้บ้าง AI อาจช่วยให้คนคนหนึ่งวางแผนจัดการค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ พัฒนาทักษะใหม่ เปิดธุรกิจเล็กๆ ดูแลพ่อแม่ที่มีอายุมากขึ้น เข้าใจทางเลือกทางกฎหมายหรือการเงิน สร้างสรรค์สิ่งใหม่จากไอเดียที่มี หรือแม้แต่ค้นพบองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ

แม้ความตื่นตาตื่นใจกับแสงไฟในยามค่ำคืนอาจอยู่ได้ไม่นาน แต่ความเป็นไปได้ที่ผู้คนนำมันไปสร้างสรรค์ต่อกลับไม่จางหายตามไปด้วย และเพราะเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่งคั่งและความก้าวหน้าให้กับสังคมมาโดยตลอด เราจึงเชื่อว่า AI ควรเปิดให้ทุกคนเข้าถึงและใช้งานได้มากเท่าที่ต้องการ ในที่ที่ต้องการ และในรูปแบบที่เหมาะกับความต้องการของตน

อนาคตเช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สามารถทำให้อำนาจกระจุกตัวอยู่กับคนเพียงไม่กี่กลุ่ม หรือช่วยกระจายอำนาจให้กว้างขวางยิ่งขึ้นก็ได้ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ชีวิตของคนไม่กี่คนง่ายขึ้น หรือขยายโอกาสให้กับคนจำนวนมาก เราเชื่อว่า AI ควรเป็นเทคโนโลยีที่รับใช้ผู้คน โดยช่วยให้แต่ละคนบรรลุเป้าหมายของตน เสริมศักยภาพของตนเอง และกระจายประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ให้กว้างขวางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ความมุ่งมั่นอันดับแรกของเราคือการสร้าง AI เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ นั่นหมายความว่าเราต้องการเสริมพลังให้ผู้คนอย่างทั่วถึง ไม่ใช่เห็นอำนาจกระจุกตัวอยู่กับบริษัท รัฐบาล หรือบุคคลเพียงไม่กี่ราย เราเชื่อว่าอนาคตที่ปลอดภัยกว่าคืออนาคตที่อำนาจถูกกระจายออกไปอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกมีส่วนร่วมในการสร้างระบบนิเวศด้านความพร้อมรับมือและฟื้นตัวจากผลกระทบของ AI*

เรามอง AI ในแง่ดี เพราะเราเชื่อว่า AI สามารถขยายขีดความสามารถและความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์ได้ แต่เราก็ตระหนักถึงความเสี่ยงด้วยเช่นกัน ระบบที่ทรงพลังต้องยังคงปลอดภัย สอดคล้องกับเจตนาของมนุษย์ และอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ พันธกิจของเราที่ OpenAI คือการทำให้ AGI เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ นั่นหมายถึงการสร้างระบบที่ช่วยให้ผู้คนทำสิ่งที่พวกเขาเลือกได้มากขึ้น ไม่ใช่ระบบที่เข้ามาแทนที่วิจารณญาณของมนุษย์ในการตัดสินว่าอะไรสำคัญ

การทำให้ทุกอย่างเป็นระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบไม่ใช่อนาคตที่เราต้องการ อนาคตเช่นนั้นจะไม่ตอบโจทย์ศักยภาพของมนุษย์อย่างแท้จริง และยังอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ AI ควรช่วยให้ผู้คนบรรลุเป้าหมายของตนเอง ไม่ใช่พัฒนาไปในทิศทางที่ไม่ยึดโยงกับเป้าหมายของมนุษย์ ยิ่งระบบ AI มีความสามารถมากขึ้นเท่าไร บทบาทของมนุษย์ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ทั้งในการกำหนดทิศทาง ชั่งน้ำหนักทางเลือก ใช้วิจารณญาณ และนำค่านิยม รสนิยม ความเอาใจใส่ และความรับผิดชอบเข้ามาประกอบการทำงาน

บทบาทสำคัญประการหนึ่งของมนุษย์ในระยะยาวคือการตัดสินใจว่าสิ่งใดควรค่าแก่การลงมือทำ

เราเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ความสามารถของ AI ในการวิจัยและพัฒนา AI ด้วยกันเองจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเร็วของความก้าวหน้าในสาขานี้ เรื่องนี้มีความสำคัญเพราะการทำให้ AI สอดคล้องกับเป้าหมายเป็นโจทย์วิจัยที่ยากในตัวมันเอง เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าให้เกิดขึ้นทั้งอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง นักวิจัยของเราต้องอาศัย AI ที่ช่วยทดลองไอเดีย ตรวจจับข้อผิดพลาด สำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ และพัฒนาแนวคิดไปพร้อมกัน

แต่ยิ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นเร็วเท่าไร การใช้วิจารณญาณของมนุษย์และการประสานความร่วมมือในระดับสังคมก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่ลดความสำคัญลง อนาคตควรถูกกำหนดร่วมกันโดยผู้คน สถาบัน และสังคม ไม่ใช่โดยบริษัทที่สร้างระบบ AI ที่มีความสามารถสูงที่สุดเพียงฝ่ายเดียว

เมื่อการพัฒนา AI ระดับแนวหน้ายังคงดำเนินต่อไป เราคาดว่าการประสานงานในระดับประเทศและระดับโลกจะมีความสำคัญมากขึ้น เราเชื่อมาเป็นเวลานานว่า ในท้ายที่สุดควรมีองค์กรระหว่างประเทศที่ช่วยประสานความพยายามด้าน AI ชั้นนำ เพื่อลดความเสี่ยงระดับหายนะ ความร่วมมือและมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ใช้ร่วมกันเป็นส่วนสำคัญของเส้นทางข้างหน้า โดยเฉพาะเมื่อแรงจูงใจจากการแข่งขันทางธุรกิจและการแข่งขันระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก หนึ่งในเป้าหมายขององค์กรลักษณะนี้ควรเป็นการทำให้โลกสามารถดำเนินการร่วมกันอย่างมีเอกภาพได้ รวมถึงการชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีระดับแนวหน้าเมื่อจำเป็น เพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในด้านความพร้อมรับมือของสังคม ความปลอดภัย และการทำให้ AI สอดคล้องกับเป้าหมายของมนุษย์

ปัจจุบัน OpenAI มีเป้าหมายหลักอยู่สามประการ

สร้างนักวิจัย AI แบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นระบบ AI ที่สามารถเร่งกระบวนการวิจัยและทำให้กระบวนการวิจัยเป็นอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อยๆ โดยยังคงให้มนุษย์กำกับทิศทางได้ ตรวจสอบรับผิดชอบได้ และเชื่อมโยงกับผู้คนได้อยู่เสมอ องค์กรของเราเชื่อมั่นว่าภายในเดือนมีนาคม 2571 ระบบ AI อาจรับหน้าที่ดำเนินการงานวิจัยของเราในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญควบคู่ไปกับนักวิจัยของเราเอง AI จำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและปรับปรุงงานไปพร้อมกับเรา เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในด้านการปรับให้ AI สอดคล้องกับเป้าหมายที่ต้องการอย่างเพียงพอ สิ่งนี้จะช่วยให้เรารับมือกับการเปลี่ยนผ่านสู่โลกหลังยุค AGI ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้พวกเราทุกคนร่วมกันกำหนดทิศทางของอนาคต

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตเร็วขึ้น ด้วยการผลักดันความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เพิ่มผลิตภาพ และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งมุ่งให้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกระจายไปสู่ผู้คนในวงกว้าง ทุกคนควรมีโอกาสได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมจากความมั่งคั่งที่ AI ช่วยสร้างให้เกิดขึ้น

มอบ AGI ส่วนตัวให้กับทุกคนบนโลก เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของมนุษยชาติได้ในแบบที่ตนเองเลือก

เพื่อทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง OpenAI กำลังก้าวสู่การดำเนินงานในระยะที่สาม

การดำเนินงานระยะแรกของ OpenAI มุ่งเน้นการศึกษาวิจัยที่นำไปสู่การสร้าง AGI ระยะที่สองเกิดขึ้นเมื่อผลงานวิจัยของเราเริ่มตอบโจทย์การใช้งานในโลกจริง และเราได้ก้าวสู่การเป็นบริษัทที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์สู่ผู้ใช้ เรานำระบบไปใช้งานจริง รับฟังและเรียนรู้จากผู้ใช้ พร้อมพัฒนา AGI ที่ปลอดภัยและยึดมั่นในพันธกิจของเราอย่างต่อเนื่อง

ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ระยะที่สาม เศรษฐกิจกำลังเริ่มปรับเปลี่ยนโครงสร้างโดยมี AI เป็นศูนย์กลาง คำถามสำคัญในตอนนี้คือ จะทำอย่างไรให้ AI ขั้นสูงมีใช้อย่างแพร่หลาย เข้าถึงได้ในราคาย่อมเยา ปลอดภัย มีประโยชน์ และใช้งานง่ายเพียงพอที่ทุกคนและทุกองค์กรจะได้รับประโยชน์จากมัน ความสามารถล้ำหน้าระดับแนวหน้าถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานเท่านั้น ภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่าคือการเปลี่ยนขีดความสามารถนั้นให้กลายเป็นเครื่องมือที่ผู้คนสามารถนำไปใช้เพื่อเติบโตและก้าวหน้าได้จริง

เรามีความเชื่อว่าอนาคตที่ดีกว่าจะเกิดขึ้นได้เมื่ออำนาจไม่ได้กระจุกตัวอยู่กับคนเพียงไม่กี่กลุ่ม แต่กระจายออกไปอย่างทั่วถึง ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติแสดงให้เห็นว่า อำนาจที่กระจุกตัวอยู่ในมือคนเพียงไม่กี่กลุ่มก่อให้เกิดความเปราะบาง ขณะที่อำนาจที่กระจายอย่างกว้างขวางช่วยให้สังคมมีความยืดหยุ่น ปรับตัวได้ดี และมีเสรีภาพมากขึ้น

นั่นคือเหตุผลที่การเข้าถึงจึงมีความสำคัญ นี่จึงเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว ราคาที่เหมาะสม ระบบนิเวศแบบเปิด และ การกำกับดูแลโดยสาธารณะ จึงมีความสำคัญ

อนาคตของ AI ที่ดีต้องไม่ใช่โลกที่สถาบันจำนวนน้อยนิดผูกขาดศักยภาพและผลประโยชน์ส่วนใหญ่ไว้กับตัว แต่ควรเป็นอนาคตที่ผู้คน บริษัท ชุมชน และประเทศจำนวนมากสามารถร่วมกันสร้าง ได้รับประโยชน์ และมีอำนาจในการกำหนดทิศทางได้ เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ควรเป็นของทุกคน

ถ้าเราทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ AI จะกลายเป็นรากฐานที่ช่วยยกระดับผลิตภาพ ความคิดสร้างสรรค์ ความก้าวหน้าทางวิชาการ และโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้คนในวงกว้าง พร้อมทั้งช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายสูงสุด นั่นคือการทำให้แน่ใจว่า AGI จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติทุกคน


*ความพร้อมรับมือและฟื้นตัวจากผลกระทบของ AI คือการที่องค์กร ระบบ และปัจเจกบุคคลมารวมพลังกัน เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยง ทนทานต่อสถานการณ์ ปรับตัวเข้ากับเหตุการณ์ และฟื้นตัวจากผลกระทบที่ AI ก่อให้เกิดอย่างทันท่วงที ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์เข้ามาเปลี่ยนแปลงสังคม แต่รถยนต์จะกลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อคนหมู่มากได้ก็ต่อเมื่อสังคมจัดวางระบบต่างๆ ไว้รองรับ เช่น เข็มขัดนิรภัย กฎหมายจราจร การออกใบอนุญาตขับขี่ การทดสอบการชน และระบบโครงสร้างพื้นฐานของถนน เป้าหมายไม่ใช่การห้ามผู้คนขับรถ แต่คือการทำให้เทคโนโลยีอันทรงพลังนี้มีความพร้อมและปลอดภัยเพียงพอสำหรับการใช้งานอย่างแพร่หลาย

ผู้เขียน

Sam AltmanและJakub Pachocki