Australian Payments Plus ทำงานได้เร็วขึ้นด้วย ChatGPT และ Codex
ChatGPT Enterprise และ Codex ช่วยให้ทีมงาน AP+ ประหยัดเวลา ยกระดับคุณภาพงาน และตรวจสอบปัญหาการชำระเงินที่ซับซ้อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

2+
ชั่วโมงการทำงานที่พนักงาน 77% ซึ่งตอบแบบสำรวจประหยัดได้ในแต่ละสัปดาห์จากการใช้ ChatGPT
80%
ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจระบุว่ามีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นหรือคุณภาพงานดีขึ้น
1 day
ในการสร้างการจำลองการทำงานด้วย Codex จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์
30 mins
ใช้ตรวจสอบปัญหาการกระทบยอดที่ซับซ้อนด้วย Codex ลดลงจากเดิม 4 ชั่วโมง
Australian Payments Plus(เปิดในหน้าต่างใหม่) หรือ AP+ เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินและการยืนยันตัวตนของออสเตรเลีย AP+ เป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศการชำระเงิน โดยรองรับผลิตภัณฑ์และบริการที่ผู้คนนับล้านใช้ในทุกๆ วัน
ทีมงานของ AP+ ดูแลงานที่ครอบคลุมตั้งแต่กฎเกณฑ์ของระบบการชำระเงิน ข้อกำหนดทางเทคนิค ภาระหน้าที่ของสมาชิก กระบวนการปฏิบัติงาน ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความพร้อมในการรับมือ ไปจนถึงข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ซึ่งแม้ความรวดเร็วจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความถูกต้องและความรับผิดชอบสำคัญยิ่งกว่า
ด้วยเหตุนี้งานที่ต้องอาศัยองค์ความรู้จึงมีความซับซ้อนเป็นพิเศษ พนักงานมักต้องสังเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากจากหลากหลายบริบท และเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคให้เป็นการตัดสินใจ เอกสาร และแนวทางสำหรับสมาชิกที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย AP+ นำ ChatGPT Enterprise มาใช้ทั่วทั้งองค์กร เพื่อช่วยให้พนักงานรับมือกับความซับซ้อนเหล่านี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดด้วย Codex สำหรับเวิร์กโฟลว์ด้านผลิตภัณฑ์ วิศวกรรม และงานด้านเทคนิค
“สำหรับ AI เป้าหมายไม่ได้มีแค่การเพิ่มประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการช่วยให้พนักงานของเราสามารถสร้างผลงานที่ดีที่สุดได้อีกด้วย”

Codex ช่วยให้ทีมงานด้านเทคนิคของ AP+ ตรวจสอบปัญหาที่ซับซ้อนในระบบการชำระเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในการกระทบยอดข้อมูลครั้งหนึ่ง ทีมงาน AP+ ใช้ Codex ช่วยตรวจสอบความไม่สอดคล้องของเวลาในบันทึกระบบและข้อมูลกระทบยอด ช่วยลดเวลาที่ต้องตรวจสอบด้วยตนเองจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่นาที
สำหรับ AP+ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า AI สามารถช่วยให้ทีมงานด้านเทคนิคตรวจสอบปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในสภาพแวดล้อมด้านการชำระเงินที่มีความซับซ้อนสูง AP+ กำลังศึกษาการนำ Codex มาใช้สนับสนุนทีมความมั่นคงปลอดภัยในงานต่างๆ เช่น การสร้างแบบจำลองภัยคุกคาม การวิเคราะห์ช่องโหว่ การคัดแยกและจัดลำดับความสำคัญของการแจ้งเตือน และการมองเห็นภาพรวมของระบบที่เชื่อมต่อถึงกัน
เคสการใช้งานในระยะแรกเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า AI สามารถช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบปัญหาที่ซับซ้อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยยังคงให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้รับผิดชอบในการตัดสินใจด้านความเสี่ยง การตรวจสอบความถูกต้อง และการตอบสนองต่อเหตุการณ์
ก่อนใช้ ChatGPT Enterprise การค้นหาข้อมูลที่ถูกต้องเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและต้องทำด้วยตนเอง พนักงานของ AP+ มักต้องค้นหาข้อมูลจากกฎเกณฑ์ของระบบการชำระเงิน ข้อกำหนดทางเทคนิค และเอกสารภายในหลายแหล่ง เพื่อหาคำตอบให้กับคำถามหรือทำให้งานเดินหน้าต่อไปได้ ในบริบทด้านการชำระเงิน รายละเอียดเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้คำตอบเปลี่ยนไปได้
ปัจจุบันทีมงานของ AP+ ใช้ ChatGPT Enterprise เพื่อสรุปเนื้อหาที่ซับซ้อน ช่วยร่างเอกสารสื่อสารถึงสมาชิกโดยอ้างอิงข้อมูล และช่วยจัดระเบียบปัญหาที่ยังคลุมเครือ
ตัวอย่างเช่น พนักงานใช้ ChatGPT เพื่อค้นหาข้อมูลจากข้อกำหนดของ eftpos และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถระบุจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมได้เร็วขึ้นก่อนนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
“ChatGPT ช่วยให้ทีมงานของเราค้นหาข้อกำหนดและเอกสารที่เกี่ยวข้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้สามารถตอบข้อซักถามของลูกค้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้นโดยมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ”
พนักงานทั่วทั้ง AP+ ใช้ ChatGPT เพื่อเปลี่ยนข้อมูลและข้อมูลตั้งต้นในการทำงานให้เป็นผลลัพธ์ที่มีโครงสร้างได้เร็วขึ้น เปลี่ยนบันทึกย่อให้เป็นสรุปการประชุม ข้อมูลจากเวิร์กช็อปกลายเป็นเอกสารประกอบการตัดสินใจ เปลี่ยนเอกสารการออกแบบที่ซับซ้อนให้เป็นภาพรวมของโซลูชัน เปลี่ยนร่างการสื่อสารให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก่อนที่จะถูกแชร์
งานเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยการสังเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบมาโดยตลอด ทั้งการทำความเข้าใจบริบท ค้นหาโครงสร้างที่เหมาะสม และเรียบเรียงข้อมูลให้เหมาะกับผู้รับสาร ChatGPT ช่วยลดเวลาที่ใช้ในการจัดทำร่างแรกที่นำไปใช้งานได้จริง ทำให้พนักงานมีเวลามุ่งเน้นกับการใช้วิจารณญาณ ความชัดเจน และคุณภาพของงานมากขึ้น
ChatGPT ไม่ได้เข้ามาเพื่อทำงานแทนคน แต่ทำหน้าที่เป็นคู่คิด ช่วยให้ทีมงานปรับปรุงการสื่อสาร ทดสอบแนวคิด และลดความคลุมเครือก่อนนำงานไปเผยแพร่
จากข้อมูลภายในของ AP+ พบว่า ChatGPT ช่วยให้พนักงาน 80% มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นหรือปรับปรุงคุณภาพงานให้ดีขึ้น พนักงานทั่วทั้ง AP+ สร้าง GPT แบบกำหนดเองมากกว่า 300 รายการ และฏปรเจกต์มากกว่า 1,000 รายการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการนำ AI ไปใช้อย่างแพร่หลาย
“การใช้ ChatGPT ช่วยให้ทีมงานของเราจัดทำร่างแรกที่มีโครงสร้างได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเริ่มจากบันทึกการประชุม ข้อมูลจากเวิร์กช็อป หรือเอกสารที่ซับซ้อน สิ่งนี้ช่วยให้ผู้คนมีเวลามากขึ้นในการขัดเกลาความคิดและทำให้งานมีคุณภาพยิ่งขึ้น”

ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทีมงานใช้ ChatGPT Enterprise และ Codex เพื่อยกระดับจากต้นแบบแบบคงที่ไปสู่แนวคิดผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงมากขึ้น ก่อนหน้านี้การทดสอบผลิตภัณฑ์ในระยะเริ่มต้นมักอาศัยหน้าจอต้นแบบที่สามารถคลิกได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประสบการณ์การใช้งานอาจมีหน้าตาอย่างไร แต่ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าทำงานอย่างไร
ปัจจุบัน ทีมงานสามารถจำลองขั้นตอนการชำระเงิน การโต้ตอบบนมือถือ ขั้นตอนการยืนยันตัวตน และประสบการณ์การชำระเงิน ได้ในสภาพแวดล้อมที่ทำงานใกล้เคียงกับระบบจริงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น AP+ ใช้ Codex เพื่อสร้างการจำลองที่ใช้งานได้จริงภายใน 1 วัน ลดลงจากเดิมที่อาจใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์
สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบการชำระเงิน เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้าอาจแตกต่างกันตามช่วงเวลา ข้อความแจ้งให้ยืนยันตัวตน การใช้งานอุปกรณ์ หรือขั้นตอนการทำธุรกรรม การทดสอบแนวคิดที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากขึ้นตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยให้ทีมงานของ AP+ รวบรวมข้อเสนอแนะได้ดีกว่าเดิม พร้อมลดความเสี่ยงด้านนวัตกรรมก่อนที่จะต้องลงทุนด้านวิศวกรรมครั้งใหญ่
“หน้าที่ของเราคือการลดความเสี่ยง พร้อมทำให้การสร้างประสบการณ์การชำระเงินที่ดียิ่งขึ้นเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นทั่วทั้งระบบนิเวศ AI ช่วยให้ทีมงานของเราสำรวจไอเดียได้มากขึ้น และตรวจสอบหรือพิสูจน์ว่าแนวคิดนั้นใช้ไม่ได้จริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งหมายความว่าเราสามารถส่งมอบผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น”
ประสบการณ์ของ AP+ มอบบทเรียนเชิงปฏิบัติให้แก่องค์กรที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งต้องการขยายการนำ AI ไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบในงานประจำวันทั่วทั้งองค์กร
- ทำให้การทำงานอย่างปลอดภัยเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย AP+ มุ่งเน้นการมอบเครื่องมือที่ปลอดภัยและอยู่ภายใต้การกำกับดูแล พร้อมสิทธิ์การเข้าถึงที่เหมาะสมให้แก่พนักงาน เพื่อให้พวกเขาสามารถทดลองได้อย่างปลอดภัยภายใต้ขอบเขตที่ชัดเจน
- ทำให้การกำกับดูแลเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นใช้งาน ในองค์กรที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล การนำ AI ไปใช้จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยการหารือที่มีคุณภาพระหว่างทีมที่รับผิดชอบด้านความเป็นส่วนตัว ความมั่นคงปลอดภัย การกำกับดูแล และความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
- ช่วยให้ทีมเรียนรู้ตามบริบท AP+ พบว่าการนำ AI มาใช้จะได้ผลดีที่สุดเมื่อพนักงานเห็นตัวอย่างที่เกี่ยวข้องจากทีมของตนเอง ไม่ใช่อาศัยเพียงการฝึกอบรมทั่วไปเท่านั้น
- สร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ผ่านผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้นำการใช้ AI ช่วยนำเคสการใช้งานมาเชื่อมเข้ากับวิธีการทำงานของแต่ละทีมที่มีอยู่เดิม ทำให้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มการประชุมหรือสร้างโครงการ AI ขึ้นมาโดยเฉพาะ
“AI จะสร้างคุณค่าได้มากที่สุด เมื่อพนักงานเป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรม และผู้นำเป็นผู้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนำไปใช้”
เมื่อ ChatGPT Enterprise กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวัน และการนำ Codex ไปใช้ขยายตัวมากขึ้น AP+ ก็กำลังขยายการใช้ AI ของทีมงานในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตรวจสอบทางเทคนิค และเวิร์กโฟลว์ที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก โดยยังคงให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและมนุษย์เป็นผู้รับผิดชอบในทุกขั้นตอน
โซลูชันของ OpenAI AP+ ช่วยให้พนักงานทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นท่ามกลางความซับซ้อน พร้อมยึดหลักการนำ AI ไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบเป็นสำคัญ


